ตรุษจีน

        เพิ่งผ่านพ้นเทศกาลสำคัญอีกหนึ่งไปไม่นานนั่นคือเทศกาล “ตรุษจีน” มีทั้งวันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยวที่ตามธรรมเนียมก็จะเป็นวันสังสรรค์ รื่นเริง ใครออกไปไหนมาไหนในวันนี้จึงอาจหงุดหงิดบ้างเล็กน้อยจากการแย่งกันกิน กันเที่ยว คล้าย ๆ ช่วงลอง ฮอลิเดย์ วันหยุดยาวแล้วเราไปเมืองท่องเที่ยวนั่นแหละครับ         เขียนถึงเทศกาลจีนเพราะผมนิยมชมชอบมาก ๆ อยู่เรื่อง ยิ่งช่วงตรุษจีนนี้ยิ่งเห็นภาพชัดแม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแต่ขนบธรรมเนียมประเพณีที่คนจีนถือกันมาก็ยังคงอยู่ได้ไม่เสื่อมคลาย นั่นคือเรื่องของความเอาจริง เอาจังของชาวจีนครับ         เวลางานเขาก็ทำงานกันลืมเหนื่อย ทำกันหามรุ่ง หามค่ำ หามเสา หามจั่ว ทำหมด ไม่มีถอย ไม่มีท้อ ไม่มีจับจด เงินมาก เงินน้อยไม่เกี่ยงขอให้ได้ทำ ให้ได้ค่าจ้างมาเป็นรางวัล สู้ทั้งนั้น คุณสมบัตินี้แหละ ที่ผมเห็นว่าดีแต่ขาดหายไปอย่างมากมายเหลือเกินกับชาวไทยเรา นี่ไม่ได้มาว่าพวกเดียวกันเองนะครับ เป็นความจริงที่เราไม่ควรปฏิเสธ แต่ควรนำของดีของเขามาใช้กับเราต่างหาก         เขาทำงานหาเก็บเขาก็เก็บจริง ๆ เงินทุกบาท ทุกสตางค์เขาใช้อย่างกระเหม็ดกระเหม่ เก็บหอมรอมริบอย่างไม่มีประมาทเงินน้อย จนบางครั้งหรือหลายครั้งดูจะได้ไม่คุ้มเสีย ประหยัดจนก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่หนักหนาสิ้นเปลืองกว่า แต่โดยรวมแล้วด้วยนิสัยประหยัดไว้ก่อนนี่แหละที่ทำให้เก็บเงินได้ หากเอาวิธีคิดแบบชั่งน้ำหนักดีเสียมาใช้ เชื่อเถอะว่าหลายครั้งเราจะมีอคติในการถ่วงดุลไปในด้านยอมจ่ายมากกว่ายอมเก็บ         แต่พอถึงเวลาเที่ยวก็เที่ยวกันจริง ๆ ทำงานเป็นทำ หยุดงานเป็นหยุด ตรุษจีนจะตรงกับวันเดือนสากลใดเขาไม่สน เขาหยุดยาวกันทั้งนั้น ไม่ได้ห่วงเรื่องอื่นมากกว่าวัฒนธรรมของเขา จนสุดท้ายเทศกาลหยุดยาวนี้กระทบไปทั่วโลก การค้า การขายเศรษฐกิจต่าง ๆ เงียบลงถนัดใจเมื่อถึงตรุษจีน ยิ่งในปัจจุบันอย่าว่าแต่ระบบการค้าระหว่างประเทศเลย บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็หยุดยาวกันด้วย บริษัทที่ว่านี่ไม่ได้หมายถึงบริษัทของคนจีนนะครับ แต่หมายถึงบริษัทของฝรั่งตาน้ำข้าวนี่แหละที่ก็หยุดกับเขาด้วยเพราะเปิดไปก็ไม่มีงานทำ เซลล์ก็ไม่มีลูกค้าให้วิ่ง ฝ่ายผลิตก็ไม่มีออร์เดอร์ให้ผลิต ขนส่งก็ไม่มีที่หมายให้ส่ง ก็เลยปิดไปเลย         ไม่เพียงแต่การค้านะครับ แม้แต่โรงเรียนก็เถอะ ได้ยินว่าวันนี้มีหลายโรงเรียนที่หยุด แถมเป็นโรงเรียนฝรั่งเสียด้วย ใช่ครับก็เด็กหยุดไม่เรียนกันเปิดไปก็ไม่มีลูกศิษย์มาให้สอนก็ปิดเสียดีกว่า “คิดใหม่” ฉบับนี้อยากเหลือเกินที่จะระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจมานานแสนนานนี้แหละครับ นั่นคือเรื่องประเพณีของไทยเรา         เทียบกับเขา เขารักษาของเขาจนคนอื่นต้องยอมรับแล้วปรับตาม แต่เราเอาแต่กลัว กระดากที่จะเป็นตัวของเราเอง เกรงไปสารพัด สุดท้ายก็ปรับตามเขาจนแทบไม่เหลือวัฒนธรรมของเราเองแล้ว นี่ดีหน่อยที่เทศกาลสงกรานต์เราไม่ยอมคล้อยตามตะวันตกแบบเดิม ๆ เรามีจุดยืนของเราบ้าง ไม่งั้นแต่ก่อนหยุดแค่วันเดียว ไม่เหมือนปีใหม่สากลก็หยุดยาว ปีใหม่จีนก็ต้องหยุดยาว แต่ปีใหม่ไทยกลับหยุดแค่ 1         ต้องขอขอบคุณน้าชาติ พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณล่ะครับ ที่ท่านกล้าประกาศหยุดให้เพิ่มจนท้ายสุดเดี๋ยวนี้เทศกาลนี้กลับย้อนกลับมาสร้างชื่อเสียงให้เมืองไทย กระตุ้นการค้าโดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการขึ้นมาจนดุลกันได้กับภาคค้าขายที่ต้องหยุดไปช่วงหนึ่ง การค้าระหว่างประเทศอาจตกไปจากการหยุด แต่เงินหมุนเวียนในประเทศก็มากพอจะขับเคลื่อนทดแทนได้อย่างสบาย ยิ่งบวกกับรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยวที่ต่างชาติอยากเข้ามาสัมผัสประเพณีไทย ฉลองปีใหม่แบบไทยนี้ผมว่าน่าจะมากกว่าสิ่งที่เสียไปด้วยซ้ำ         นี่เป็นอีกบทเรียนของการคิดแบบไม่มองแต่อดีต แต่มองออกนอกกรอบ สร้างสรรค์ให้เป็นวิถีใหม่ขึ้นมา หากเราใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียนเราอาจได้สิ่งใหม่ ๆ ดี ๆ ขึ้นมาอีกเยอะ โดยเฉพาะในด้านประเพณี วัฒนธรรมที่เรามีของดีมากมายเหลือเกินรอให้ลูกหลานอย่างเรานำมาใช้อยู่ มีอะไรบ้างลองคิดนอกกรอบ ไม่ติดกับสากลดูซิครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *