ตลกตบหัว

        ใครที่ชอบดูตลก จะตลกคาเฟ่ หรือตลกตามรายการโทรทัศน์ต่างๆมักจะคุ้นกับมุกตบหัว ซึ่งถือว่าเป็นมุกคลาสสิกมุกหนึ่ง ที่อยู่ยงคงกระพันมาหลายทศวรรษ เล่นกี่ทีคนก็ยังหัวเราะกันอยู่         มุกนี้ไม่ใช่ใช้มือตบนะครับ อันนั้นไม่คลาสสิก มุกนี้จะต้องมีอุปกรณ์ประกอบอีกชิ้นหนึ่งนั่นคือ “ถาดสังกะสี”         ถาดกลมๆ บางๆ ขนาดพอมือจับถนัดถนี่นี่แหละใช่เลย เวลาตัวตลกไหนทำอะไรเฟอะฟะ ก็จะมีเพื่อนช่วยใช้ถาดฟาดเข้าให้ ต้องฟาดให้เสียงสนั่น กังวานด้วยถึงจะเป็นมุกที่สมบูรณ์ มุกนี้ผมเห็นตั้งแต่เป็นเด็ก จนวันนี้ เลยวัยเด็ก เกินวัยรุ่นไปโขแล้วก็ยังเห็นอยู่ !         ทั้งยังเห็นมากขึ้นไม่เพียงตลกคาเฟเท่านั้นที่ใช้ แม้แต่ตลกที่เรียกว่าตลกปัญญาชน ตลกไฮโซ ก็นำมุกนี้มาใช้เช่นกัน แถมยังเป็นที่ถูกอก ถูกใจผู้ชมไม่เสื่อมคลาย ตบทีก็หัวเราะกันลั่นโรงที ตบดังยิ่งเรียกเสียงเฮได้ดัง ตบเบาก็เบาหน่อย ตบแป็ก มุกก็แป็กตาม นึกๆดูก็มีเรื่องน่าสงสัยอยู่ 2 ประเด็นครับ !         ประเด็นแรกคือทำไมมุกนี้ไม่มีฝืด เล่นกี่ทีก็ฮาทุกที ฮาทุกยุค ทุกสมัย ไม่ตกยุคแบบหลายๆมุกที่พอเวลาผ่านความเฮฮานั้นก็คลาย ถึงขนาดบางทีเอาเทปเก่าๆจากบรมตลกชั้นเซียนของประเทศมาดู มุกที่สิบปีก่อนฮาจนน้ำตาไหล มาดูใหม่กับฝืดสนิท ชืดถนัดไปได้         แต่กับมุกนี้ดูเหมือนจะเป็นมุกที่ไม่มีวันตาย ผมเชื่อว่าอีกสิบปี ยี่สิบปี หรือห้าสิบปี ใครเอาถาดสังกะสีฟาดหัวใคร คนดูก็ยังขำอยู่นั่นเอง กับอีกประเด็นหนึ่งซึ่งน่าขบคิด วิเคราะห์มากกว่าก็คือ ทำไมคนถึงขำเวลาเห็นคนอื่นโดนทำร้าย ?         จะว่าไปการตบศีรษะกันด้วยถาดนี้จัดว่าเป็นการทำร้ายร่างกายชนิดหนึ่ง แต่ทำไมคนเกือบทั้งหมด กลับสนุกสนานเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้         ทั้งสองประเด็นนี้ ที่จริงก็เนื่องกันอยู่ หากจะลองคิดหาเหตุผลดูก็อาจรวบยอดไปเลยก็ได้ครับ         แน่ละ ว่าเหตุหนึ่งก็เพราะผู้ที่โดนตบเได้แสดงความซุ่มซ่าม ความเฟอะฟะ ความไม่เอาไหนออกมา อาจเป็นพูดไม่รู้เรื่อง ตอบไม่ตรงคำถาม ทำไมตรงตามสั่ง ฯลฯ ตลกตัวนั้นจึงโดนเพื่อนลงโทษด้วยการตบหัว         แต่ที่น่าสงสัยคือทำไมเราไม่หัวเราะกันตอนที่เขาทำซุ่มซ่าม แต่มาหัวเราะตอนที่เขาโดนลงโทษ น่าคิดนะครับ !         ใช่เพราะแม้เขาจะซุ่มซ่าม แต่เมื่อยังไม่โดนลงโทษ ความเหนือกว่า หรือต่ำกว่ายังไม่ปรากฏอย่างชัดเจนใช่ไหม เราเลยยังไม่กล้าที่จะหัวเราะได้อย่างเต็มที่นัก         แต่เมื่อเขาโดนตบหัวหรืออีกนัยคือโดนลงโทษ นัยยะที่แฝงมาก็คือบุคคลนี้ไม่เป็นพิษ เป็นภัยกับเรา ก็ขนาดถาดเล็กๆยังไม่สามารถป้องกันตัวได้ โดนเพื่อนฟาดเอาๆ อำนาจของเราจึงเหนือกว่าเขาอย่างชัดเจน อันหมายถึงเราสามารถหัวเราะ เย้ย หรือเยาะได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัว หรือเกรงเขาจะย้อนมาทำร้ายได้         เทียบง่ายๆ เหมือนอย่างเหตุการณ์จริงเราเดินช็อปปิ้งในห้างแล้วไปเจอใครสักคนทำเปิ่นๆชนิดที่เห็นแล้วขำก๊าก แต่ถ้าเขาคนนั้นมัดใหญ่กล้ามโต เราจะกล้าหัวเราะเยาะให้เขาเห็นไหม ? ไม่กล้าใช่ไหมครับ         เพราะเรากลัวเขาจะให้โทษเราได้ กลัวตัวเราจะได้รับอันตรายต้องพยายามเก๊กไว้ หรือแอบไปหัวเราะลับหลัง         แต่ถ้า คนเปิ่นคนนั้น เป็นคนที่เราเห็นแล้วเขาไม่น่าจะทำร้ายเราได้ เช่นนี้เราก็กล้าที่จะปล่อยก๊ากต่อหน้าเขาได้อย่างไม่ต้องเกรงใจกันนัก         อันนี้ยกประเด็นเรื่องมารยามทางสังคมพกไว้ก่อนนะครับ ผมลองจำลองภาพให้ดูเท่านั้น จริงไหมครับ ?         ถาดตบหัวนี่ก็เช่นกันมันเป็นเสมือนการประกาศให้เห็นว่าคนๆนี้ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใครอยากหัวเราะใส่ ใครอยากเย้ยเล่นก็ทำได้ไม่มีพิษย้อนสู่ตน คนก็เลยฮากันเต็มที่         และที่อยู่ยงคงกระพัน ก็เพราะคนเราชอบที่จะมีอำนาจเหนือ เราโดนสังคมกดดันให้เป็นทาส ให้เป็นผู้ตาม หรือเล่นบทรองมามากกว่าบทนำ เมื่อมีมุกที่เราเห็นแล้ว เรารู้สึกเหนือกว่า มีอำนาจมากกว่าเราก็เลยสบายใจที่ได้ดู และชอบที่ได้เห็น มุกนี้ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น พูดง่ายๆคือมุกนี้         สนองตอยบต่ออัตตาตัวตนของผู้ชมนั่นเอง จึงไม่มีวันตกยุค ไม่ว่าจะอีกกี่ปี         ใครมีโอกาสดูมุกนี้อีกครั้งก็ลองสังเกตใจตนเองดูซิครับ ว่าเรารู้สึกเหนือกว่าจริงไหมยามเห็นคนโดนลงโทษแปลกๆแบบนั้น แล้วเราจะเห็นกลไกบางอย่างในใจเราได้ชัดขึ้น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าการได้หัวเราะเยาะเย้ยความเฟอะฟะของตลกคนนั้นอีกมากโข แล้วเราอาจจะหัวเราะไม่ออกอีกต่อไป เมื่อเห็นอัตตาของราเองที่พองฟูขึ้นมายามดูมุกนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *