ผลลัพธ์มากขึ้น ใช้แรงน้อยลง

สรุปการเรียนรู้จาก ดร.ใหม่ Exclusive 3-day Masterclass in “Compassionate Systems Leadership” with Peter Senge and Gustav Böll ตอนที่ 10

ตอนพิเศษนี้ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญจากการเดินทางสู่ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ระดับโลกในคลาสสำหรับผู้นำอย่าง Masterclass with Peter Senge และ IDG Summit 2025 ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมงานประชุม แต่คือการ “สัมผัสแนวคิดต้นธารของการเปลี่ยนแปลงภายใน” ที่หลอมรวมศาสตร์แห่งระบบคิด จิตวิญญาณ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อจุดประกายให้ผู้นำยุคใหม่เข้าใจความหมายของคำว่า Inner Development อย่างลึกซึ้ง

.
.

เมื่อเข้าใจแล้วว่า “แมนดาลาแห่งการตระหนักรู้” ทำงานจริงในสนามร่วมด้วยกาย ประสาทสัมผัส ความสัมพันธ์ และความกรุณาไหลประสาน สนามทางสังคมก็เปลี่ยนคุณภาพจากความระแวงสู่ความไว้วางใจ การเดินทางของบทความตอนนี้ต่อจากจุดนั้น จากการรับรู้ร่วมสู่ “หลักวิสัยทัศน์” (Vision Principle) ที่สอนให้เรา “สร้างผลลัพธ์ด้วยแรงน้อยลง” ผ่านการจัดวางความสนใจ ภาพในใจ และเจตนารมณ์อย่างมีศิลป์ ก่อนจะพาเข้าสู่การฝึกจินตภาพเชิงวิสัยทัศน์ในสามมิติของชีวิต สุขภาวะ ความสัมพันธ์ และงาน พร้อมปิดท้ายด้วยการทำบันทึกภาวนา (journaling as contemplation) ให้ภาพในใจค่อย ๆ งอกเป็นรูปธรรม

.

ผลลัพธ์มากขึ้นด้วยแรงน้อยลง
นิยามปฏิบัติของ “ความชำนาญ”

คำถามเปิดอย่างเรียบง่ายชวนให้ทบทวนแบบฝึก “งอแขน” ที่เพิ่งทำไป (ในคลาส Peter ชวนให้ผู้เข้าร่วมทดลองการงอแขน โดยเทียบกันระหว่างงอแขนในสภาวะปกติ กับการตั้งจิตคิดว่าแขนนี้คือเหล็กกล้า แล้วให้อีกคนลองงัดขึ้น) ทำไมครั้งที่สองแขนถึงงอยากขึ้น แต่ร่างกายกลับใช้แรง (ต้าน) น้อยลง

ประสบการณ์ตรงบอกเราว่า เพราะมันไม่ใช่เรื่องกล้ามเนื้อ หากเป็นเรื่องของ “วิธีวางใจและวางจินตภาพ” ตัวอย่างคลาสสิกในศิลปะป้องกันตัวอย่างไอคิโดก็สื่อสารสิ่งเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญตัวเล็กสามารถหยัดอยู่กับแรงมหาศาลได้โดยไม่ต้องเกร็ง เพราะ “ทิศของความสนใจ” และ “คุณภาพความผ่อนคลาย” ถูกวางไว้อย่างถูกที่ถูกทาง

.

นิยามปฏิบัติของความชำนาญจึงตรงไปตรงมา

More Results
Less Effort

ผลลัพธ์มากขึ้น ใช้แรงน้อยลง ไม่ได้แปลว่าคนชำนาญไม่ทำงานหนัก แต่ในความหนักมีความลื่นไหลซ่อนอยู่ คล้ายความเชื่อมั่นลึก ๆ ว่า มันยากแต่เราจะหาทางของมันเจอ ไม่ใช่เพราะรู้ทุกอย่างล่วงหน้า แต่เพราะถือ “ทิศ” ไว้ชัดและปล่อยทางให้เกิดขึ้นระหว่างเดิน

.
.

พลังของสนามร่วม
เมื่อความหมายที่ผู้ชมถือไว้ ส่งผลต่อผู้ปฏิบัติ

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมคลาสท่านหนึ่งเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นกับมิติทางสังคม เขาเล่าถึงประสบการณ์ที่ทั้งห้อง “คิด–เห็นภาพ” ไปในทางเดียวกันว่าผู้ทดลอง “จะทำได้” หรือ “จะล้มเหลว” แล้วผลที่เกิดในตัวผู้ทดลองก็ดูจะไหลไปตามสนามความคาดหวังนั้นโดยไม่ต้องบอกกล่าว

นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์ในเครือเดียวกันว่า Pygmalion effect ความคาดหวังของผู้อื่นยกระดับหรือบั่นทอนผลลัพธ์ของเราได้ และในภาษาของ social field นี่คือคุณภาพของความเกี่ยวเนื่องที่ “ค้ำ” หรือ “กด” ความเป็นไปได้บางอย่างโดยที่เรายังไม่ทันเริ่มลงมือ

.
.

หลักวิสัยทัศน์ (Vision Principle)

วางจินตภาพบน “สิ่งที่อยากสร้าง”
ไม่ใช่ “สิ่งที่อยากเลี่ยง”

เมื่อชวนกันไล่ย้อนว่า งอแขนครั้งที่สองเราทำต่างจากครั้งแรกอย่างไร คำตอบร่วมคือ การวางความสนใจ และ ภาพในใจ เปลี่ยนไป ครั้งแรกความคิดส่วนใหญ่เกาะที่อีกฝ่าย (ผู้งัด) หรือ ข้อต่อ กล้ามเนื้อ พร้อมแผนการต้านแรง นี่คือรูปแบบของการพุ่งไปหา “สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด” (negative focus)

ครั้งที่สอง เราถือ “ภาพผลลัพธ์” ที่อยากเห็นไว้ตรง ๆ ไม่ใช่ภาพของวิธีรับมือ เช่น แข็งมั่นคงราว “ท่อเหล็ก” แม้ภาพอาจจะแตกต่างตามความถนัด แต่ล้วนสอดคล้องกับผลลัพธ์ (outcome-congruent imagery)

.

นี่เองที่แยก วิสัยทัศน์เชิงบวก (positive vision) ออกจาก วิสัยทัศน์เชิงลบ (negative vision)

Positive vision คือโฟกัสที่สิ่งอยากสร้างให้มีอยู่จริง เช่น แขนที่มั่นคง ลมหายใจที่นิ่ง ห้องประชุมที่ฟังกันจริง

Negative vision คือโฟกัสที่สิ่งไม่อยากให้เกิด เช่น อย่าให้แขนงอ อย่าให้ทะเลาะ อย่าให้ผิดพลาด

.

ทั้งสองแบบเข้าใจได้และจำเป็นในบางสถานการณ์ แต่หากปล่อยให้ภาพเชิงลบขึ้นมาเป็นหลัก เราจะติดกับ “การหลีกเลี่ยง” มากกว่าการ “ก่อเกิด”

งานด้านความยั่งยืนเผชิญโจทย์นี้มานาน คำว่า “sustainable” เองก็เสี่ยงจะกลายเป็นภาพแค่ไม่พัง มากกว่าภาพโลกที่เราอยากเห็น ถ้าขาดการผูกกับการกระทำประจำวัน

.

งานวิจัยด้านจิตวิทยาการกีฬาและการปฏิบัติระดับสูงหนุนหลักนี้ตรง ๆ ภาพในใจที่สอดคล้องผลลัพธ์ (outcome imagery) และ การฝึกจินตภาพแบบมีสัมผัส (multisensory motor imagery) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง ทั้งในกีฬา ดนตรี ไปจนถึงการผ่าตัด ตัวอย่างง่าย ๆ อย่างนักว่ายน้ำที่จินตนาการปลายนิ้วยาวและลื่นน้ำ ทำให้จังหวะจ้วงน้ำเปลี่ยนคุณภาพ การวางภาพให้เชื่อมกับความรู้สึกกาย (somatic linkage) ทำให้สมองร่างกายจัดท่าทีใหม่เองโดยไม่ต้องสั่งละเอียด

.
.

ระวัง “ติดแผน”
จากวิสัยทัศน์สู่การยึดวิธี (Plan Attachment)

อีกหลุมพรางคือ การเผลอดึงความสนใจจาก “ภาพที่อยากสร้าง” ไปสู่ “แผนที่คิดว่าต้องทำ” อย่างสิ้นเชิง

กำหมัดให้แน่น เกร็งไบเซปส์ ดันหัวไหล่… จนลืมภาพผลลัพธ์

.

เมื่อโลกจริงเปลี่ยนเร็วกว่าที่แผนคาด การยึดวิธีทำให้ “ตาบอดต่อทางใหม่” หลักคิดระบบเตือนเราว่า ในระบบซับซ้อน แผนคือสมมติฐานชั่วคราว (plans are provisional hypotheses) หากต้องเลือกระหว่างถือแผนกับถือทิศทาง ให้ถือทิศทาง แล้วปรับทางเดินระหว่างก้าว

.
.

ชวนทุกคนกลับไปเป็นเด็กห้าขวบสักครู่ การฝึกส่วนถัดมาจงใจ “กู้คืน” พลังจินตนาการที่ระบบการศึกษามักทำให้เหือดแห้ง ไม่ใช่เพราะเราไร้จินตนาการ แต่เพราะเราถูกฝึกให้คิดหาเหตุผล หาวิธี จนจินตภาพ (imagination) ถูกเบียดไปข้างหลัง

อย่าคิดมาก ให้สังเกตว่าอะไรผุดขึ้นมาเอง ทั้งความคิด ความรู้สึก ภาพ เหมือนเด็กห้าขวบที่ยังไม่รีบตัดสิน

ขั้นปรับฐาน: ลมหายใจ โลกสัมผัส แรงโน้มถ่วง วางเท้ารับพื้น รู้สึกก้น หลังสัมผัสเก้าอี้ ปล่อยตัว “จม” ลงเล็กน้อย รับรู้แรงโน้มถ่วงในฐานะ “อ้อมกอดของโลก”

ตามลมหายใจเข้า–ออกแบบไม่ต้องเปลี่ยนแปลง (อานาปานสติ) สังเกต “ช่องว่าง” หลังหายใจออก ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของความนิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ

รับรู้บริบทสถานที่ แผ่นดิน หญ้า แสงแดด เมฆ ไม่ใช่เพื่อความโรแมนติก หากเพื่อฟื้นการรับรู้ว่า “เรากับโลกภายนอกเป็นระบบเดียวกัน” (embeddedness) การตั้งฐานแบบนี้สัมพันธ์กับ relaxation response (Benson) ที่ลดการตื่นตัวของระบบประสาทข่ายซิมพาเทติก ทำให้สนามในห้องนิ่งและกว้างขึ้น

.
.

“วิสัยทัศน์เชิงจินตภาพ” ในสามมิติชีวิต

ถามคำถามเดียวกันซ้ำ ๆ ในมิตินี้ของชีวิต
ฉันอยาก “สร้าง” อะไรให้ปรากฏ ?

สุขภาวะกาย–ใจ

ปล่อยให้ภาพและความรู้สึกเกี่ยวกับการมีสุขภาวะอย่างแท้จริงผุดขึ้นเอง อาจเป็นภาพการตื่นเช้าที่ลมหายใจลึกลงเอง การเดินที่เท้าแตะพื้นอย่างมีน้ำหนัก ความเบาในบ่าที่ไม่ต้องพยายามฝืนยืด ภาพที่ชัดทางสัมผัส (interoception) จะดึงระบบประสาท–กล้ามเนื้อให้จัดระเบียบใหม่

.

ความสัมพันธ์

นึกถึงความสัมพันธ์หนึ่งหรือหลายความสัมพันธ์ หรือทั้งระบบความสัมพันธ์ในชีวิต แล้วถามคำถามเดิม ภาพที่เกิดอาจเป็นโทนเสียงที่ช้าลงในวงสนทนา วงกลมที่ทุกคนพูดได้เท่ากัน มือที่วางบนโต๊ะโดยไม่กำแน่น น้ำตาที่ปลอดภัยพอจะไหลโดยไม่ต้องปกป้องตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือ “คุณภาพสนาม” ที่อยากสร้าง ไม่ใช่รายการพฤติกรรมให้ทำตามเช็กลิสต์

.

งาน

ขยายคำว่า “งาน” ให้กว้างกว่าตำแหน่ง คือ “ความหมายของการลงมือทำในโลกนี้” ภาพที่เกิดอาจเป็นกิจวัตรเล็ก ๆ ที่เชื่อมการกระทำวันนี้กับทิศที่อยากเห็นโลกเป็น เช่น ห้องประชุมที่ฟังกันจริง องค์กรที่ตัดสินใจช้าลงเพื่อมองระบบให้ครบผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำร้ายอนาคต

ทฤษฎี Self-Determination Theory (Deci & Ryan) เตือนเราว่า เมื่อวิสัยทัศน์พาให้เราแตะความเป็นเจ้าของทางเลือก (autonomy) ความสามารถ (competence) และ ความเชื่อมโยง (relatedness) พร้อมกัน แรงขับเคลื่อนภายในจะยั่งยืนกว่าแรงผลักภายนอก

.
อย่าห่วงว่าจะทำอย่างไรในขั้นนี้ เพราะนี่คือช่วงของ “อะไร” เมื่อภาพ “อะไร” ชัด ระบบคิดเชิงแผนจะตามมาเองในจังหวะที่เหมาะโดยไม่กลืนภาพใหญ่

.
.

จากภาวนาในจินตภาพสู่บันทึกภาวนา ให้ภาพค่อย ๆ งอก
ทันทีที่ลืมตา ให้หยิบบันทึกส่วนตัวขึ้นมา ต่อเนื่องการภาวนาด้วยการเขียน ไม่ใช่การจดไอเดีย แต่คือการต่อสายจินตภาพให้ไหลผ่านปากกา โดยไม่ตัดสิน ไม่ลดทอน ไม่ถามว่า “จะดูโง่ไหม” หรือ “ทำได้จริงไหม” เพราะนี่คือบทสนทนาระหว่างคุณกับคุณเองเท่านั้น เทคนิคที่ช่วยได้คือการเขียนแบบ free writing 5–7 นาทีต่อมิติ ตั้งต้นด้วยประโยคเดียวซ้ำ ๆ เช่น

สุขภาวะของฉันหน้าตาเหมือน ?
ความสัมพันธ์ที่ฉันอยากสร้าง ?
งานในความหมายของฉันคือ ?

เมื่อการเขียนลื่นไหล ภาพจะคมขึ้น รายละเอียดทางสัมผัสจะชัดขึ้น และท่าทีของร่างกายจะเปลี่ยนตามโดยไม่ต้องสั่ง นี่คือเหตุผลที่การจินตภาพที่ดีควบ “ภาพ–เสียง–สัมผัส” (multimodal imagery) เสมอ

.
.

เมื่อทำแบบฝึกสร้างวิสัยทัศน์เชิงจินตภาพในสามมิติของชีวิตเรียบร้อย ผู้บรรยายทั้งสองพาผู้เข้าร่วมคลาสกลับสู่สนามร่วม และย้ำว่า วิสัยทัศน์ที่ดีต้องพกได้ในชีวิตประจำวัน

วิสัยทัศน์จะไม่ทำงานถ้ามันเป็นเพียงโปสเตอร์สวยหรือประโยคทรงพลังบนเวที มันจะทำงานก็ต่อเมื่อ “พกได้” ระหว่างล้างจาน ประชุมทีม ตอบอีเมล เลี้ยงลูก และเข้านอน คือกลายเป็นกล้ามเนื้อนิสัยที่คอยจัดวางท่าทีของกาย ใจ ความสัมพันธ์โดยอัตโนมัติ สิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้ฝึกกันในคลาสจากแบบฝึกงอแขนไปจนถึงจินตภาพสามมิติ เป็นวิธีใช้ความสนใจแบบใหม่ ที่ทำให้เรา …

“สร้าง” มากกว่า “หลีกเลี่ยง”
และ “ถือทิศ” มากกว่า “ยึดทาง”

.
.

การเดินทางจากสนามที่ชัดขึ้นสู่วิสัยทัศน์ที่พกได้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ขอให้เราเป็นคนใหม่ แต่ขอให้เรา “ใช้ชีวิตเดิมด้วยเลนส์ใหม่” เลนส์ที่ถือภาพสิ่งอยากสร้างไว้ด้านหน้า ปล่อยวิธีให้เกิดขึ้นระหว่างทาง และให้สนามร่วมค้ำจุนกันและกัน เพื่อให้ผลลัพธ์มากขึ้นด้วยแรงน้อยลง อย่างที่ความชำนาญทุกแขนงพาเราเห็นมาตลอดชีวิต

.
.

🔜 ติดตามบทความสรุปการเรียนรู้ฉบับต่อไป รวมถึงบทความพิเศษ “การถอดบทเรียนและการนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร” ได้ที่เพจเร็ว ๆ นี้

+++++++++

เวทีจริงสำหรับผู้นำที่ไม่อยากตกขบวนธุรกิจแห่งอนาคต!!

นี่ไม่ใช่คอร์สที่เล่าเรื่อง ESG แบบทฤษฎีแต่คือ สนามปฏิบัติการ 2 วัน 1 คืน ที่จะเปลี่ยนมุมมอง ESG ของคุณให้เป็นอาวุธลับในการชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ

intensive ESG
จะวางกลยุทธ์ ESG ของปีหน้าได้อย่างไร หากไม่รู้วิธี

🚨 ESG Strategy
6 ขั้นตอนจากเริ่มสู่แผนปฎิบัติการความยั่งยืน
หลักสูตรที่ได้รับรองเป็นการพัฒนาทักษะสูงจากสอวช.

ลดหย่อนภาษีได้ 250% !!

👉https://www.facebook.com/share/p/17UBD1u4Fs/

แอดไลน์ @dr.veeranut
โทรด่วน: 099-289-3645

+++++++++

บริการที่ปรึกษา และการออกแบบกลยุทธ์ ESG

ที่ปรึกษาธุรกิจด้านความยั่งยืน ESG SDGs BCG

+++++++++

ESG vs CSR แฝดคนละฝา
🔗 https://www.facebook.com/share/p/16BmPCGMJ4/

อย่าให้ Green / CSR มาหลอกคุณ
🔗 https://www.facebook.com/share/p/19imKXYvnF/

indset สำคัญกว่าโมเดล
ทำ ESG ต้องเริ่มจากเรา ไม่ใช่เริ่มจากรายงาน
🔗 https://www.facebook.com/share/p/14KaurYSRfA/

ESG ไม่ใช่ CSR 2.0
แต่คือ DNA ของธุรกิจอนาคต
🔗 https://www.facebook.com/share/p/17Pqu66dzs/

.
.

ดร.วีรณัฐ โรจนประภา (ดร.ใหม่)*
ที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์ ESG SDGs

Success isn’t found; it’s designed and built.
TLMS – Creating Strategies for Growth

*เครดิตวิทยากร
* GRI Certified Sustainability Professional, Global Reporting Initiative
* Sustainable Business Strategy Harvard Business School Online
* ESG Impact: Investor Perspective Wharton University
* Carbon Investment: Bernard Consulting
* Sustainability Strategy Demystified Sasin Graduate Institute of Business Administration
* Digital Business Strategy: Harnessing Our Digital Future MIT Sloan
* Blockchain Technologies: Business Innovation and Application MIT Sloan
* Beyond Smart Cities: Emerging Design and Technology MIT MEDIA LAB
* Integrating the SDGs into Sustainability Reporting, the GRI Academy
* Reporting on Human Rights with the GRI Standards, the GRI Academy
* Reporting with the GRI standards, the GRI Academy
* Waste Management Impact Reporting, the GRI Academy
* Reporting on the Impact of Occupational Health and Safety, the GRI Academy
* The founder and director of the SustaInnovation Leadership program and the SustaInnovation in Action program
* ผู้ก่อตั้ง IDGs Bangkok Community Hub
* ผู้เขียนหนังสือ Buddhist IDGs
* ได้รับการยกย่องเป็นนักบริหารผู้สร้างสรรค์ของประเทศ โดยกรมสุภาพจิต
* A creator of world-class Awareness exhibition showcased by over 100+ media outlets from more than 40+ countries
* นักเขียน เจ้าของผลงานการเขียนหนังสือ 10+ เล่ม 1,000+ บทความ และบรรณาธิการระดับประเทศ
* วิทยากรด้านความยั่งยืนเวทีนานาชาติ และบรรยายให้กับองค์กร บริษัท มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการระดับประเทศ 100+
* นักสื่อสารด้านความยั่งยืน และการพัฒนาจากภายในคนแรกของประเทศไทย ที่ออกรายการเจาะใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *