ฟูจิซัง

        การท่องเที่ยวในต่างแดนนั้นถือเป็นของขวัญล้ำค่าของชีวิต หลายคนเหนื่อยยากทำงานหามรุ่ง หามค่ำก็เพื่อเก็บเงินไปเที่ยวยังดินแดนในฝันของตน         บางคนอาจอยากไปสัมผัสความศิวิไลซ์ในมหานครอย่างนิวยอร์กพร้อมขึ้นไปชมวิวที่คบเพลิงในมือเทพีเสรีภาพ บางคนอาจอยากไปผจญภัยในดินแดนซาฟารีของแอฟริกา บางคนอาจอยากต้องมนตร์ขลังของอารยธรรมอียิปต์โบราณอยากไปขี่อูฐชมปิรามิด         แต่จุดหมายยอดนิยมอันดับหนึ่งในใจคนไทยที่หลายคนฝันใฝ่ว่าต้องหาโอกาสไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตก็คือ “ญี่ปุ่น”         ฮีโรตัวการ์ตูนอย่างอุลตร้าแมน ไอ้มดแดง หรือโดเรมอนอันเป็นความทรงจำวัยเยาว์ที่คอยสะกิดให้อยากไปเห็นของจริงสักครั้ง ถนนสายแฟชั่นที่ได้ยินชื่อมาแสนนานอย่างชินจูกุก็ชวนให้เกิดความอยากไปช๊อป ไปชิล ความทันสมัยทางเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของโลกก็เร้าให้อยากไปสัมผัส หรือแม้แต่ความอยากกินราเม็งต้นตำรับก็ล้วนเป็นเหตุผลของความฝันจะไปเยือนญี่ปุ่นนี้ แต่ไฮไลต์สำคัญที่สุดย่อมหนีไม่พ้นความอยากได้ไปเห็นภูเขาไฟ “ฟูจิ” อันเป็นมนตร์ขลังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่หาที่ไหนไม่ได้ จนอาจกล่าวได้ว่าฟูจินี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จการท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็คงไม่ผิด         ซึ่งสำหรับผมแล้วภูเขาไฟฟูจินี้มิใช่เป็นเพียงผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแค่เรื่องการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความเจริญก้าวหน้าอย่างยิ่งยวด เป็นรากเหง้าแห่งความสำเร็จของชนชาติอาทิตย์อุทัยนี้ทีเดียว         “แล้วรากเหง้าแห่งความสำเร็จนั้นคืออะไร ?”         คำตอบก็คือความ “กตัญญู” ความรู้คุณผู้มีคุณของคนญี่ปุ่นนี่เองครับ ที่ทำให้เขาสร้างชาติได้อย่างมั่นคงและก้าวไกลเช่นทุกวันนี้         คนญี่ปุ่นไม่ได้มองและรู้สึกต่อฟูจิว่าเป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติที่เอาไว้ใช้หากินสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเหมือนอย่างบางชุมชนที่โชคดีมีแหล่งท่องเที่ยวที่แสนจะดึงดูด แต่กลับละโมบโลภมากมุ่งแต่ตักตวงจนธรรมชาตินั้นเสื่อมโทรมไปพร้อม ๆ กับความนิยมที่สลายตาม แต่คนญี่ปุ่นนั้นให้ความเคารพ และรับรู้ถึงหนี้บุญคุณของภูเขาลูกนี้จนพร้อมใจกันเรียกด้วยความยกย่องว่า “ฟูจิซัง” ดูแลประหนึ่งญาติพี่น้องหรือผู้มีคุณ จนฟูจินี้ได้กลายเป็นจุดศูนย์รวมใจ หรือเป็นศูนย์รวมแห่ง “ความกตัญญู” ของคนญี่ปุ่น         เรามักคุ้นชินกับความกตัญญูต่อคนเช่นการกตัญญูต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ แต่ในความเป็นจริง ใจของมนุษย์ผู้ประเสริฐนั้นยังควรขยายครอบคลุมความกตัญญูนี้ไปให้กว้างกว่ากตัญญูต่อมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์ที่มีใจสูงควรมีกตัญญูไปให้ถึงต่อสรรพสัตว์ที่ทุกชีวิตได้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศน์ให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล รวมถึงมนุษย์ควรมีความกตัญญูแม้แต่กับสิ่งของที่ไม่มีชีวิตเช่นดิน น้ำ อากาศที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในความดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์เช่นกัน         และเพราะคนญี่ปุ่นเขามีความกตัญญูกว้างมาจนถึงระดับรู้คุณกับสิ่งไม่มีชีวิตได้นี่ล่ะครับ ที่ทำให้เขาเจริญรุ่งเรืองดั่งที่เห็น เป็นจริงตามที่นักปราชญ์ และบัณฑิตมักสอนเสมอว่าผู้ที่มีความกตัญญูจะไม่มีวันล่มจม ผู้ที่แสดงกตัญญู กตเวทิตาต่อผู้มีคุณจะเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นหากเราอยากเป็นผู้ประสบความสำเร็จดังคนญี่ปุ่น อยากให้สังคมเราได้รับความยกย่องแบบเขา เราก็ควรเชื่อและทำตนให้เป็นผู้กตัญญูอย่างเขาเช่นกัน         ที่สำคัญความกตัญญูนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงความสำเร็จในชีวิตเท่านั้น ความกตัญญูนี้ยังมีอานิสงค์อีกมากมายหลายประการ เช่น         ความกตัญญู ทำให้สามารถรักษาคุณความดีที่มีอยู่ และสร้างคุณความดีใหม่ ๆ ได้เพิ่มขึ้น ดั่งที่ทราบกันว่าธรรมดาของจิตนั้นมักจะชอบไหลไปสู่ที่ต่ำ ดังนั้นการที่ได้แสดงกตัญญูบ่อย ๆ ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับคุณธรรมด้านดีอยู่เนือง ๆ จิตจึงไม่ไหลตามกิเลสตกไปสู่ความชั่วร้าย ทั้งยังง่ายที่จะพัฒนาจิตเรานี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก         ความกตัญญู ทำให้มีความอดทน อดกลั้น การแสดงกตัญญูเท่ากับการฝึกฝืนกิเลสของเราไปในตัว ในบางครั้งอาจอยากพัก อยากเที่ยวแต่ด้วยหน้าที่อันสมควรก็ต้องอดทนไม่กระทำตามใจอยากของตัว ซึ่งความอดทน อดกลั้นต่อสิ่งยั่วยุเช่นนี้ก็เท่ากับการฝึก “สติ” อันเป็นคุณธรรมขั้นสูงของมนุษย์ไปในตัวด้วย เพราะสติเป็นเสมือนธรรมพื้นฐานที่ภาษาพระเรียกว่าเป็นธรรมที่มีอุปการะมาก คือมีประโยชน์มาก ประโยชน์ยิ่ง จนถึงประโยชน์ใหญ่คือการส่งให้ผู้ปฏิบัติไปจนถึงปลายทางคือมรรคผลนิพพานกันทีเดียว         ความกตัญญู ทำให้มีความละอาย มีความเกรงกลัวต่อบาป ผู้ที่มีใจโอนโยนบนพื้นของการสำนึกบุญคุณคน สัตว์ และสิ่งของเช่นนี้ก็ย่อมไม่อาจทำบาปกรรมอย่างอื่นได้ ทำให้ไม่มีเวร มีภัยตามติดตัวไป         ความกตัญญู ทำให้จิตใจผ่องใส เบิกบาน เพราะเมื่อได้แสดงกตัญญู ได้ทำหน้าที่ที่ถูกต้อง จิตใจย่อมมีความสุข ย่อมเกิดความอิ่มใจในปัจจุบันและอนาคต         ความกตัญญู ทำให้เป็นที่สรรเสริญของผู้อื่น ใครเห็นหรือทราบการกระทำอันดีของเราเช่นนี้ก็ย่อมจะมีแต่กล่าวยกย่องเชิดชูไปถึงวงศ์ตระกูล ทำให้มีผู้ที่อยากจะช่วยเหลือได้โดยง่าย         ความกตัญญู ทำให้มีเพื่อนมาก ใคร ๆ ก็อยากมีเพื่อนที่เป็นคนดีคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อนก็มีความสนิทใจที่ได้คบคนกตัญญู         อานิสงค์ของความกตัญญูมีมากปานนี้จึงไม่ควรประมาทต่อคุณธรรมพื้นฐานที่เป็นเสมือนบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่แท้จริงข้อนี้ เริ่มจากลองมองรอบ ๆ ตัวดู ณ ขณะนี้ สำรวจว่าเราลืมที่จะกตัญญูต่อสิ่งใดไปบ้างไหม ถ้ามีก็ปรับเปลี่ยนเสีย         ทดแทนคุณของสรรพสิ่งแล้วธรรมชาติจะมอบความสำเร็จมาให้เราดั่งหวังครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *