ร้อนจนตับแล่บ

        ใคร ๆ ก็ห่วงใยสุขภาพ อยากจะดูแลร่างกายให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้ใช้มันทำกิจกรรมเพื่อนำสุขมาสู่ตน ทุกคนพยายามอย่างเหลือเกินที่จะให้พ้นไปจากโรคภัยต่าง ๆ จนมีคำกล่าวที่จริงแท้ไม่เคยมีใครเถียง และไม่มีใครอยากเถียงว่า “อโรคยา ปรมาลาภา” “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”         แต่แม้ใจจะอยากรักษาดูแลให้ดีแค่ไหน เอาเข้าจริงก็มักพลาดพลั้งอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะการพลาดทางปาก หรือการกินนั่นเอง คนเรามักมีปกติทำร้ายสุขภาพตัวเองด้วยการตามใจปากไปกินของไม่มีประโยชน์ ตามใจเพื่อนไปดื่มเหล้าให้เครื่องในรวน ตามใจกระแสโฆษณาไปอัดทะยานบุฟเฟต์จนกระเพาะคราก         ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการกินนี้ให้ผลช้า ไม่เห็นผลทันตา คนเลยมักมีข้ออ้างประเภท “นาน ๆ ครั้ง” “นิดหน่อยน่า” หรือแม้กระทั่งประโยคที่ไม่น่าจะนำมาใช้เป็นเหตุผลได้ “เอาให้คุ้ม” สารพัดข้ออ้างพวกนี้เองที่หลายคนชอบจะใช้เพื่อที่จะยอมตามใจปากของตัว โดยอาจมีเหตุผลรองคือการไปหวังผลกับน้ำบ่อหน้าด้วยไปเห็นโฆษณา บทความมากมายเกี่ยวกับคลาสช่วยให้หุ่นกลับมาเพรียวเช่นเดิม หรือคอร์สที่ช่วยบำบัด ช่วยรักษาให้ร่างกายตนให้กลับมาแข็งแรงเป็นปกติ         ก็ไก่กับไข่ล่ะครับเมื่อมีคนตามใจปากจนทำลายสุขภาพตนเองกันมาก คอร์สที่ออกมาแก้ผลจากการนี้เลยมีมากตาม ไม่ว่าจะเป็นคอร์สพื้นฐานที่ฮิตติดลมบนมาทุกยุคสมัยอย่างคอร์สลดความอ้วนที่ทั้งใช้ความกลัวในโรคภัยไข้เจ็บที่มากับความอ้วน และความใช้ความอยากที่จะให้ตนเองดูผอมสวยงามเป็นตัวกระตุ้นให้คนเสียเงินเข้าคอร์สกัน หรือคอร์สที่เน้นไปที่ความกลัวโรคอยากมีอายุยืนยาวนานก็เสียเงินไปเข้าคอร์สปรับสมดุลชีวิตหลากหลายทฤษฏี มาจนถึงยุคนี้ที่นิยมกันมากตามกระแสความรู้ชุดใหม่ ๆ ที่ออกมาสร้างความตื่นตัวให้คนห่วงสุขภาพคือคอร์สล้างพิษต่าง ๆ ทำดีท๊อกซ์ ขับสารพิษออกจากร่าง         และกระแสที่แรงที่สุดก็เห็นจะไม่มีอะไรเกินการล้างพิษ “ตับ”         ทำไม ?         ก็เพราะเป็นที่ทราบกันดีแม้แต่กับผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการแพทย์ว่าตับนี้เป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่งของร่างกาย ที่หากไม่นับหัวใจที่เป็นตัวแทนของชีวิต สมองที่เป็นตัวแทนของความคิดจำ กับปอดที่เป็นตัวแทนของการหายใจแล้ว ก็เป็นตับนี่เองที่มีบทบาทมากที่สุดกับชีวิต         ที่สำคัญคือเราได้ยินเรื่องตับและโรคเกี่ยวกับตับกันอยู่ทุกบ่อย ตับแข็ง ไวรัสลงตับ มะเร็งตับล้วนน่ากลัวทั้งนั้น ข่าวคราวการเสียชีวิตของญาติ ของเพื่อน ของคนรู้จักจำนวนมากที่เข้าหูเราก็มาจากโรคของตับนี้         ดังนั้นเมื่อมีวิชาว่าด้วยการล้างสารพิษออกจากตับคนเลยสนใจกันล้นหลาม คอร์สล้างพิษตับนี้เลยมีออกมามากมีตั้งแต่ราคาประหยัดจัดกันตามโรงเรือนไม้ ไปจนถึงระดับไฮโซสุดแพงจัดกันในโรงแรมหรู แต่ไม่ว่าจะถูกแบบการกุศล หรือแพงแบบ 6 ดาวทุกคอร์สที่เปิดล้วนเต็มจนแน่นขนัดทั้งนั้น         ก็คนกลัวกันนี่ครับแม้ก็มีบางทฤษฏีออกมาคัดง้างว่าน้ำมันที่ดื่มไปนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตับเป็นเรื่องของกระเพาะกับลำไส้ ส่วนนิ่วที่ขับออกมานั้นก็เป็นปฏิกริยาของน้ำมันกับเอนไซม์ในกระเพาะ ผมคงไม่มาวิพากษ์กันว่าดี ไม่ดีอย่างไร ทฤษฏีไหนถูกผิดเพราะผมเองก็มิได้มีความรู้ทางการแพทย์ไม่ว่าจะแผนใด ๆ มากพอจะมาวิพากษ์ได้ ที่พอจะฝากได้ก็คือย้ำให้เห็นถึงความจริงที่ในทุกกระแสนิยมย่อมมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญกว่าและถือเป็นหน้าที่อันพึงกระทำเองของผู้บริโภคคือการต้องหาข้อมูลให้รอบด้านมาวิเคราะห์เพื่อจะได้ตัดสินใจกันให้ถูกต้อง มิใช่เห่อตามกันตัดสินใจกันง่าย ๆ         พูดถึงเรื่องง่าย ๆ แล้วขอออกนอกเรื่องสักนิดนะครับ พอดีไปเจอบทความในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่สรุปความง่ายของคนไทยที่มักเป็นกันออกมาได้ 10 ง่ายมี ว่าง่าย-ลืมง่าย-เบื่อง่าย-ยิ้มง่าย-โกรธง่าย-สรุปง่าย-โกงง่าย-จนง่าย-ใจง่าย-กลัวง่าย เป็นอย่างไรครับอ่านแล้วโดนกันไหม สำหรับผมนั้นเห็นด้วยเต็ม ๆ ว่าทั้ง 10 ง่ายนี้เป็นเหมือนบุคลิกประจำตัวคนไทยไปแล้ว บางง่ายก็ดีมากกว่าร้ายเช่นยิ้มง่าย-ว่าง่าย หรือลืมง่าย แต่บางง่ายก็ไม่น่าจะหาดีได้อย่าง โกงง่าย-ใจง่าย-กลัวง่าย แต่ง่ายที่ผมเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมปัจจุบันที่สุดก็คือ “สรุปง่าย”         หลายคนพร้อมจะเชื่อข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลด้านลบของคนอื่นเพื่อจะได้วิพากษ์กันอย่างเมามันอันเป็นการสนองตอบต่อความรู้สึกว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ง่ายนี้นอกจากไม่มีดีแล้วถ้าไม่รีบแก้สังคมเราแย่แน่นอน         กลับมาที่เรื่องการล้างตับกันต่อนะครับคอร์สที่นิยมกันปัจจุบันนี้จะมาจากศาสตร์ของประเทศไหนผมไม่แน่ใจ แต่วันนี้ผมอยากนำเรื่องการดูแลตับของคนไทยในอดีตมาเล่าสู่กันฟังครับ         พ่อแม่ปู่ทวดเรามีความรู้มานานแล้วว่าตับนั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ตับทำงานหนักหนาสาหัสมากในหลากหลายหน้าที่ ทั้งหน้าที่ “รุก” หน้าที่ “ล้าง” หน้าที่ “สร้าง” หน้าที่ “เสริม” ตับรับเหมาหมด และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมบั้นปลายคนถึงมีโรคเกี่ยวกับตับมาก         หากใครลองสังเกตุอาจพอจับได้ว่าพอเย็น ๆ ค่ำ ๆ ส่วนท้องล่างขวาอันเป็นที่ตั้งของตับนั้นจะร้อนขึ้น ดังนั้นใครไม่ถนอมตับก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายจากการทำงานหนัก การสูญเสียประสิทธิภาพของมันการถนอมตับจึงเป็นสิ่งทึ่คนโบราณให้ความสำคัญ และสอนให้ดูแลกันตามภูมิปัญญาอันสูงของเรา         ส่วนวิธีที่ใช้นั้นไม่ใช่การล้างพิษ แต่เป็นการปรับอุณหภูมิช่วยตับให้เย็นลง ตับทำงานมาทั้งวันโดยเฉพาะกับหน้าที่ในการส่งพลังงานไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สิ่งที่เกิดก็คือความร้อน จนเกิดคำคุ้นหูคือ “ร้อนจนตับแลบ” สังเกตซิครับว่าเราไม่เคยได้ยินว่าร้อนจนกระเพาะแลบ หรือร้อนจนปอดแลบเลย และเมื่อตับร้อน ตับก็เหนื่อย เพลีย เครียด และล้า การทำงานต่าง ๆ ก็ด้อยลงจนถึงเสียไปคือเป็นโรคต่าง ๆ การถนอมสำหรับคนโบราณก็คือการช่วยให้ตับเย็นลง ด้วยดึงความร้อนออกจากตับให้ตับได้พัก หรือสบายขึ้นบ้าง เพื่อที่จะได้พร้อมทำงานหนักในวันต่อ ๆ ไป วิธีการก็คือการนำสมุนไพรมาพอกที่ท้องแถวตับเพื่อให้สมุนไพรดึงความร้อนออกมา เมื่อตับเย็นสบายก็เหมือนตับได้พัก ส่งให้ร่างกายส่วนอื่นก็เย็นสบายด้วย ความสดชื่นจึงกลับมา         นึกดูแล้วจะทึ่งกับภูมิปัญญาไทยเราครับ         นำมาเล่าใฟ้ฟังเท่านั้นใครจะดูแลตัวเองแบบไหนก็ตามอัธยาศรัย ขอเพียงอย่า “สรุปง่าย” กันจนขาดการใช้ปัญญาไตร่ตรอง ร่างกายเรา ชีวิตเราละเอียดไว้ก่อนก็ดีครับ แต่ที่สรุปได้ง่ายแน่ ๆ ก็คือ จะกินให้มีความสุข ต้องกินแล้วสุขทั้งกายและใจไม่ใช่แค่ลิ้นที่สุขครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *