เมื่อห้องเรียนล้มเหลวในการสอนชีวิตจริง ถึงเวลาอัปสกิลความยั่งยืน IDG เป็น “ทักษะแห่งศตวรรษ” และคือ last mile ของ ESG

เมื่อห้องเรียนล้มเหลวในการสอนชีวิตจริง
ถึงเวลาอัปสกิลจากข้างในสู่ข้างนอก
IDG คำตอบเดียวของยุค ESG

ในยุคที่โลกหมุนเร็วเกินกว่าเราจะตามทัน ในวันที่ข่าวร้ายและความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องปกติ เราจะยังสามารถใช้ชุดความรู้เดิม ๆ จากห้องเรียนมาเอาตัวรอดในชีวิตจริงได้หรือไม่ ?

คำถามนี้กำลังเป็นเหมือนระเบิดเวลาในระบบการศึกษาและแรงงานของโลก และของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปถึงจุดที่เครื่องจักรสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในหลายมิติ ทั้งแม่นยำกว่า เร็วกว่า และบางครั้งดูเหมือนจะ “คิด” ได้ดีกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่เครื่องจักรยังไม่สามารถทำแทนได้คือ ความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้วัดจากความเก่งในตำรา แต่คือการรู้จักตัวเอง การรู้จักอยู่กับผู้อื่น และการมีความหมายในการดำรงอยู่

.

ทว่า โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่การฝึกอบรมในองค์กร กลับยังเน้นการเติมข้อมูลใส่หัว มากกว่าการฝึกให้รู้จักหัวใจของตนเอง

เราเรียนรู้การเขียนโค้ด
แต่มึนตึงกับความรู้สึกของคนในทีม

เราเรียนเรื่องการวางแผนกลยุทธ์
แต่กลับล้มเหลวในการวางแผนชีวิต

เราสามารถนำเสนองานได้ยอดเยี่ยม
แต่ไม่สามารถสื่อสารกับคนในครอบครัวและเพื่อนในที่ทำงานได้อย่างจริงใจ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะเราไม่ฉลาด แต่เพราะเราขาดทักษะบางอย่างที่ไม่เคยถูกสอนในห้องเรียน นั่นคือทักษะภายใน (Inner Skills) หรือที่เรียกว่า Inner Development Goals – IDGs

.
.

IDGs เป็นกรอบแนวคิดใหม่ที่มองว่า การพัฒนาใด ๆ จะยั่งยืนได้จริงต้องเริ่มจากภายในมนุษย์ก่อนที่จะแปลงเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก ไม่ว่าจะในระดับทีม องค์กร ประเทศ หรือโลก กรอบแนวคิดนี้ตั้งอยู่บนหลัก 5 มิติของการเติบโตภายใน ได้แก่ Being, Thinking, Relating, Collaborating และ Acting ครอบคลุมทักษะสำคัญ 23 ประการ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่แนวคิดทางจิตวิทยา แต่ได้รับการยอมรับจาก UN และองค์กรระดับโลกว่าเป็น “ทักษะแห่งศตวรรษ” ที่เชื่อมโยงตรงกับความสำเร็จของ ESG และ SDGs

ลองจินตนาการถึงห้องเรียนที่นักเรียนไม่ได้ถูกวัดจากการท่องจำ แต่จากความสามารถในการฟังผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจอารมณ์ของตนเอง การจัดการความเครียด ความไม่แน่นอน และความเปราะบางได้อย่างมั่นคง นั่นคือสิ่งที่ IDGs กำลังผลักดัน เพราะในโลกที่ไม่แน่นอน ความมั่นคงที่แท้จริงคือความมั่นคงทางจิตใจ และในโลกที่เครื่องจักรสามารถคิดได้ เราต้องกลับมาฝึกสิ่งที่เครื่องจักรยังทำไม่ได้ นั่นคือการเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมด้วยจริยธรรม ความเข้าใจ และปัญญา

.

ห้องเรียนที่ไม่สอนการมีสติ ไม่สอนให้เรากลับมาทบทวนเจตนาของการกระทำ ไม่สอนให้รู้ว่าความเงียบและความอ่อนโยนคือพลัง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ห้องเรียนนั้นคือจุดเริ่มต้นของสังคมที่เต็มไปด้วยคนเก่งแต่หลงทาง เต็มไปด้วยผู้นำที่ไม่รู้จักฟัง เต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ไร้จิตวิญญาณ

IDGs ไม่ได้ปฏิเสธความรู้ทางเทคนิค แต่เติมเต็มมันให้มีความหมาย เราสามารถเป็นวิศวกรที่ดี และเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้งไปพร้อมกันได้ เราสามารถสร้างสตาร์ทอัพที่ทำกำไร และสร้างสังคมที่มีเมตตาไปพร้อมกันได้เช่นกัน

เพราะการพัฒนาอย่างยั่งยืนในความหมายแท้จริง คือการที่

“ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
แม้แต่ตัวตนภายในของเราเอง

.
.

การอัปสกิลในยุค ESG จึงไม่ใช่การเรียนรู้แค่เรื่อง Green Economy หรือ Carbon Credit แต่คือการเรียนรู้ที่จะไม่ละเลยด้านที่ลึกที่สุดของความเป็นมนุษย์

เราจะไม่สามารถออกแบบนโยบายที่เห็นหัวใจชุมชนได้
หากเราไม่เคยเห็นหัวใจของตัวเอง

เราจะไม่สามารถเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้
หากเราไม่กล้าเปลี่ยนวิธีคิด วิธีอยู่ และวิธีรักของตัวเอง

บทเรียนที่แท้จริงจึงไม่เคยอยู่ในหนังสือเรียน แต่อยู่ในการเรียนรู้จากภายใน และการลงมือฝึกฝนในทุกวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงโลก เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเองเสมอ และไม่มีวันไหนสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นนั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *