จุดอ่อนของนิตยสารรายสัปดาห์เมื่อเปรียบกับหนังสือพิมพ์รายวันที่สำคัญตอบไปก็เหมือนกำปั้นทุบดินเพราะจุดอ่อนนั้นก็คือ การเป็นรายสัปดาห์นั่นเอง เมื่อเป็นรายสัปดาห์ 7 วันวางแผงทีเนื้อหาย่อมไม่สด ไม่ทันสู้กับพวกหนังสือพิมพ์รายวันไม่ได้เลย ของรายวันนั้นเหตุการณ์เกิดเช้าฉบับบ่ายก็มีข่าวได้แล้ว ยิ่งในยุคปัจจุบันมีสื่อใหม่ที่มาแรงอย่างอินเตอร์เน็ตเข้ามาอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสดทันเวลา เหตุการณ์เกิดตรงหน้าเดี๋ยวนี้ ก็สามารถอัพทั้งภาพและเสียงขึ้นให้สังคมออนไลน์ได้รับรู้กันภายในนาทีเดียว (หรืออาจเร็วกว่า) จึงเป็นที่รู้กันว่าการเขียนคอลัมน์ลงในนิตยสารรายสัปดาห์ต้องลึก และมีมุมมองที่มากกว่ารายงานข่าวด้วยข้อเท็จจริง ซึ่งนั่นไม่มีทางที่จะไปต่อกรกับหนังสือพิมพ์รายวันได้ อย่างข่าวกีฬาเช่นการแข่งฟุตบอล เตะกันดึกเช้าก็อ่านผลได้แล้ว บรรดานิตยสารจึงต้องเขียนถึงการแข่งขันฟุตบอลคู่นั้นด้วยข้อมูลที่ลึกกว่า การวิเคราะห์ การประเมินอนาคต หรือประเภทควันหลง เหตุการณ์ที่ไม่ได้มีถ่ายทอดให้เห็น ยกตัวอย่างชัด ๆ ที่ยังน่าจะพอจำกันได้อย่างการแข่งขันฟุตบอลชายในซีเกมส์ปีก่อนที่ผลการแข่งขันทุกนัด (อันไม่น่าชวนพูดถึง)ของทีมชาติ รายวันทุกเล่ม ทีวีทุกช่องตีข่าวกันครึกโครมกัน สื่อรายสัปดาห์ รายเดือนจึงต้องเจาะลึก วิพากษ์ วิเคราะห์ และวิจารณ์กัน ซึ่งหากตัดประเด็นการสวด (ด่า ตำหนิ ต่อต้าน) ออกไปแล้ว เอาเฉพาะที่เรียกว่าสร้างสรรค์ก็ตรงกันหมดนั่นคือการใช้ความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายในครั้งนี้เป็นบทเรียนเพื่อการพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไป “คิดใหม่” แม้จะเป็นรายสัปดาห์ต้องเขียนเชิงลึกคล้าย ๆ กันแต่คงไม่ขอไปวิพากษ์เรื่องทีมฟุตบอลชายไทยในซีเกมส์อีก แต่อยากยกมาเป็นอุทธาหรณ์หรือเป็นตัวอย่างหรือจะบอกว่าเป็นแรงบันดาลใจก็ได้สำหรับคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่าน ไม่ทราบผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าเดี๋ยวนี้คนเรา “แพ้ไม่เป็น” ถ้าจะใช้คำตรงกว่าก็คือ ”ไม่ยอมแพ้” กันเลย เรารังเกียจที่จะแพ้ เรากลัวที่จะแพ้ เรารับไม่ได้ที่จะแพ้และนั่นเองนำมาซึ่งนิสัยชนิดหนึ่งที่เริ่มลงหลักปักฐานในจิตใจของพวกเราอย่างฝังลึกขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ของความ “เสี่ยงที่จะแพ้” ขออยู่เฉย ๆ ดีกว่า ไม่ชนะก็ไม่เห็นจะเป็นไรมีเพื่อนอีกมากมาย ขอแค่อย่าถูกตราหน้าว่าแพ้ ว่าพ่ายลงมาไม่ว่าบนเวทีไหน นิสัยนี้อันตรายครับ ขืนปล่อยต่อไปท้ายสุดจะส่งให้สังคมขาดการพัฒนาเพราะสมาชิกส่วนใหญ่พอใจที่จะรักษาสถานภาพของตนแบบกลางนั้นไว้อย่างเหนียวแน่น ดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ เรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ ซึ่งเมื่อไม่ทำอะไร ไม่เผชิญวิกฤตการณ์หรือจุดเปลี่ยนก็ย่อมหมดสิทธิที่จะพัฒนาไปไหนต่อได้ เคยได้ยินว่าแชมเปี้ยนในแวดวงต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบความพ่ายแพ้ หลายคราจงใจที่จะแพ้เอาเลย ไม่ตลกเพราะเขารู้ว่าหากชนะเกมก็จบแล้วเขาก็จะรู้จักเกมนั้นแค่นั้น แต่หากยอมแพ้เกมยังเดินต่อ เขาได้มัน ได้สนุกต่อ ได้แนวทางในการต่อสู้ใหม่ ๆ มาพอกพูนความเชี่ยวชาญในเกมนั้น สุดท้ายด้วยประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวจากความแพ้แล้วแพ้เล่าอย่างหน้าชื่นตาบาน ถูกนำมาพัฒนาเป็นประโยชน์แก่ตนส่งให้พวกเขาก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์แบบถาวร หรือเป็นตำนานเพราะไร้ซึ่งคู่ต่อกร ด้วยเพราะเขาเรียนรู้ศาสตร์นั้น ๆ ในทุกแง่มุมไปหมดแล้ว ต่างจากผู้ที่รีบร้อนชนะซึ่งอาจชนะได้จริงแต่พอโดนคลื่นลูกใหม่มากระแทกนิดเดียวก็ปลิวแล้วเพราะไม่เคยเจอความหลากหลายเหล่านั้น คิดใหม่ กันครับแพ้ไม่น่ากลัว น่าอายเลยทั้งยังเป็นประโยชน์ใหญ่กับตัวเองด้วย อย่างน้อยคนที่ไม่กลัวแพ้ย่อม กล้า ที่จะเดินเพื่อจะแพ้แล้วลุกเดินต่อด้วยความแข็งแกร่งขึ้น ไม่เหมือนคนกลัวที่จะแพ้เขาก็จะนอนนิ่งเหมือนคนตายอยู่ตรงที่เดิมรอเด็กเดินก้าวข้ามไปนั่นเอง เรามาเลิกกลัวความพ่ายแพ้กันครับ !

แพ้ให้เป็น
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น