ใบสั่งธรรมะ

        เมื่อวานน้องที่มูลนิธิมาปรึกษาเกี่ยวกับโครงการหนึ่ง ที่ทางสถานีตำรวจ สน.ลาดกระบัง ติดต่อเข้ามา บอกทางผู้ใหญ่ในสน.ท่านมีดำริว่าในทุกวันพระ การตั้งด่านตรวจผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฏจราจรจะเปลี่ยนจากการให้ใบสั่งมาเป็นการแจกหนังสือธรรมะแทนการออกใบสั่งปกติ         ผมฟังแล้วปิ้งเลย !         เลยบอกน้องเขาไปว่าแจ้งไปได้เลย ว่าโครงการดี ๆ สร้างสรรค์แบบนี้ทางมูลนิธิเรายินดีสนับสนุนเต็มกำลัง         บางคนฟังแล้วอาจแกล้งแย้งว่า ถ้าแบบนั้นพอถึงวันพระจะเท่ากับไปกระตุ้นให้คนทำผิดกฏเพื่อรับของฟรีรึเปล่า ?         ผมใช้คำว่า “แกล้ง” เพราะผมเชื่อว่าคนถามก็ตอบเองได้ครับ ว่าจะมีใครที่ไหนอยากทำผิดกฏ เสียเวลา เสี่ยงโดนลงโทษ ด้วยหวังจะได้ของฟรี หรือถ้ามีจริง ๆ ผมว่าอย่างน้อยก็ยังมีเรื่องดีอยู่นั่นคือเขาต้องรู้ว่าวันนั้นเป็นวันพระ ซึ่งหาได้ยากยิ่งแล้วในสังคมเมือง         ขณะที่คิดใหม่อีกมุม ต้องบอกว่าวิธีนี้สร้างสรรค์มาก เรียกว่ามี Innovative อย่างยิ่ง ต้องชื่นชมผู้ริเริ่ม ดำริ และผลักดันให้เกิดขึ้น         เพราะการทำให้ผู้กระทำผิดสำนึกตัว และแก้ไขนั้นทำได้ทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านการลงโทษ และด้านการให้กำลังใจ ในสังคมเรานิยมด้านเดียวคือการลงโทษ ซึ๋งหากรักษากฏ กติกากันอย่างเคร่งครัดก็พอได้ผลอยู่ ทำให้คนเกรงไม่กล้าทำผิด แต่นั่นไม่ใช่วิธีแก้ที่ต้นตอ ซ้ำร้ายยังอาจเป็นการเปิดช่องให้คนทำความผิดได้อย่างสบายใจขึ้น         อย่างเช่นหากเขาเป็นคนมีฐานะ การโดนปรับเล็กน้อยไม่รู้สึก กระทบอะไร เขาก็อาจสนุกที่จะทำผิด ทำความเสียหายแก่ส่วนรวมด้วยถือว่าเขามีเงินจ่ายค่าปรับ เป็นเสมือนการแลกเปลี่ยน ซื้อขายกันไปเลย วิธีคิดแบบนี้เริ่มมีเยอะแล้วนะครับ ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงปัญญาชน บางครายังได้ยินว่าเต็มใจทำผิด ทั้ง ๆ ที่รู้ แต่ดูแล้วว่าบทลงโทษนั้นรับได้ เลยจงใจที่จะละเมิด เช่นนี้ไม่เรียกเกรงกลัวต่อบาป แต่เกรงกลัวต่อกฏหมายอันเป็นกฏที่รองลงไปต่ำกว่ากฏแห่งกรรมเยอะ         ดังนั้นอีกด้านคือการให้กำลังใจ การให้ความรู้ การปลูกสำนึกจึงถือว่าเป็นวิธีการที่น่านำมาใช้อย่างมาก อย่างน้อยก็น่าลองว่าใช้แล้วให้ผลเป็นอย่างไร เหมือนอย่างโครงการใบสั่งธรรมะวันพระของสน.ลาดกระบังนี้         และหากได้ผล นี่จะเป็นอีกตัวอย่างจริงของการปกครองคนหมู่มากได้เลย หน่วยงานต่าง ๆ อาจนำไปใช้บ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นการแจกสื่อรรมะเหมือนสน.นี้ แต่เป็นการกระตุ้น การเร้า การปลูกฝังจิตสำนึกดี ๆ ด้วยวิธีการอื่นให้ผู้เผลอพลาดกระทำผิด ทั้งอาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ได้กลับตัว ได้แนวทางในการปรับเปลี่ยนอันจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน         คนขับรถมีสำนึกเคารพกฏ ด้วยเห็นประโยชน์ย่อมดีกว่าพวกที่ไม่กล้าผิดกฏเพราะโดนลงโทษ หรือขนาดรวมกลุ่มกันส่งข้อมูลเพื่อเลี่ยงด่านตรวจตามที่มีให้เห็นกันบ้างใน Social media         เรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้มองอีกมุมก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับความเชื่อ หรือสำนึกของคนในชาติเราเริ่มถูกบั่นทอนลงไปแล้ว สามารถทำผิดได้ถ้าไม่โดนจับ อย่าให้เลยไปถึงขั้นนั้นเลยครับ         เขียนถึงโครงการนี้แล้วก็ยังอยากสนุกมากกว่านั้น อยากหาธรรมะเกี่ยวกับการขับรถทำเป็นสื่อแจกของโครงการนี้โดยเฉพาะไปเลย เช่นการฝึกแผ่เมตตาขณะขับรถ การฝึกความอดทนขณะรอไฟแดง การฝึกความอดกลั้นขณะโดนตัดหน้า ฯลฯ ใครมีไอเดียอะไรเกี่ยวกับธรรมะขณะขับรถช่วยบอกมาได้นะครับ น่าทำจริง ๆ อนุโมทนาล่วงหน้าครับ !!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *