พอได้ยินคำว่า “วิจัย” คนก็มักจะนึกไปถึงงานวิชาการด้านการคิดค้น หรือการหาข้อสรุปในสมมุติฐานที่ตั้งไว้ แทบจะทุกวงการต้องใช้ผลจากการวิจัย รวมถึงสินค้า (เกือบ) ทุกประเภทที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ก็ด้วย เพราะในแวดวงธุรกิจเขาจะใช้ผลจากงานวิจัยเพื่อการตัดสินใจผลิตหรือไม่ผลิตสินค้าอะไรออกมาป้อนตลาด เรื่องการยึดผลวิจัยเพื่อตัดสินใจนั้น มองในมุมของนักวิชาการ ก็สมเหตุสมผล เพราะหากสรุปใดไม่ได้มาจากหลักการที่แน่นแฟ้นมันก็อาจไม่ต่างจากการด้นเดา หรือปรุงแต่งเอาตามใจชอบ แล้วหลักการอันแน่นแฟ้นคืออะไร ? หากเข้าเรียนระเบียบวิธีวิจัยก็จะทราบว่างานวิจัยมี 4-5 บทหลัก ๆ บทแรกจะเป็นเรื่องของปัญหาและวัตถุประสงค์ของการทำวิจัยนั้น บทต่อไปก็เป็นเรื่องของทฤษฏีที่นำมาใช้ในการทดสอบสมมุติฐานที่ตั้ง บทที่ 3 ก็เป็นเรื่องวิธีการว่าจะทดสอบอย่างไร บทที่ 4 ก็เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการสำรวจ และบทสุดท้ายก็เป็นข้อสรุปว่าเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้เมื่ออิงกับทฤษฏีที่นำมาใช้แล้วแปลผลออกมาเป็นอย่างไร และมีข้อแนะนำ เสนอแนะในการแก้ปัญหาที่สงสัยนั้นอย่างไร ฟังดูก็เหมาะดีใช่ไหมครับ ในหลักคงใช่แต่ในรายละเอียดก็ต้องดูถึงไส้ใน โดยเฉพาะบทที่นักวิจัยมือใหม่มักไม่เน้นกันมากคือ บทที่ 2 ว่าด้วยทฤษฏี ที่มักจะคัด ๆ มาลงประกอบดึงเอาทฤษฏียอดนิยมมาใช้ ยิ่งยุคนี้คอมพิวเตอร์แพร่หลายการกระทำที่เรียกว่า Copy & Paste หรือลอกมาแปะนั้นเป็นเรื่องทำโดยทั่วกัน ทำให้ทฤษฏีบางทฤษฏีมีในแทบทุกงานวิจัยโดยเฉพาะทฤษฏีเกี่ยวกับแรงจูงใจที่จำเป็นต้องใช้ในทุกสาขาของงาน คำถามคือ แล้วหากทฤษฏียอดนิยมที่ดึงมาใช้นั้นผิดหรือไม่เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น คำตอบก็คือเมื่อตัวตั้งหรือกฎเกณฑ์ผิด ผลสรุปก็ย่อมผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อสรุปผิดข้อเสนอแนะในบทสุดท้ายก็ผิด นั่นหมายผลผลิตจากผลสรุปหรือสินค้าหรือบริการที่ผลิตออกมาขายเราก็ผิด และที่น่ากลัวก็คือส่งให้ตัวเราก็ผิดหรือตกยุคตามไปด้วย เห็นข่าวรัฐบาลพยายามส่งเสริมงานวิจัยในแวดวงการค้าของประเทศแล้วด้านหนึ่งก็หวังในทางที่ดี แต่อีกด้านก็อดห่วงไม่ได้ว่านักวิจัยบางคนได้หลุดจากการ Copy & Paste มาหรือยัง โดยเฉพาะทฤษฏีว่าด้วยแรงจูงใจนั่นได้ลองเจาะลึกดูหรือยังว่าที่มักนำมาใช้นั้นมาจากยุคไหน ใช่ยังนำทฤษฏีในยุค Modern ที่เน้นอัตตา ตัวตนเป็นหลักมาเป็นเกณฑ์ตั้งหรือเปล่า ซึ่งถ้าใช่ก็ไม่น่าแปลกใจที่ผลจึงออกมาสนองตอบต่อการเร้าอัตตาตัวตนนำไปสู่สังคมแห่งอัตตาที่เราต้องทุกข์ทรมานกับการแก่งแย่งชิงดีกันอยู่นี่เอง วิจัยชิ้นต่อไปอย่าลืมเปลี่ยนทฤษฏีในบทที่ 2 เพื่อได้ผลในบทสุดท้ายที่เหมาะสมกับสังคมไทยเรามากขึ้นกันด้วยนะครับ !

วิจัยบทที่ 2
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น