เปิดเทอม

        ปีหน้า (2557) นี้ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงวันสำคัญหนึ่งวัน         ไม่ต้องพลิกปฏิทินดูหรอกครับว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ไหน วันนี้ไม่มีระบุไว้ เพราะผมกำลังพูดถึงวัน “เปิดเทอม” ครับ         ปีก่อนรมว.ศึกษาท่านได้ลงนามเห็นชอบตามที่ (สพฐ.) หรือสำนักงานคณะกรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เลื่อนการเปิดเรียนของเด็ก ๆ จาก 16 พ.ค. เป็น 10 มิ.ย. ทั้งนี้ด้วยเหตุผลว่าเพื่อให้เป็นไปตามปฏิทินของอาเซียน         เรื่องนี้โดยภาครวมอาจดูไม่มีผลกระทบต่อสังคมมากมายนัก แต่นี่เป็นอีกหนึ่งรูปธรรมที่อาจสะท้อนถึงการสูญเสียความเป็นชาติไป การเลื่อนเวลาเปิดเทอมนี้จะกระทบกระเทือนต่อวิถีชีวิตในครอบครัว และสังคม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่แรงงานของคนในครอบครัวยังถือเป็นกำลังหลักในการเก็บเกี่ยวพืชผลตามฤดูกาล ขณะที่ภาคพาณิชย์ก็ต้องปรับตัวกันขนานใหญ่อย่างเช่น งานกาชาด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่เคยจัดช่วงเวลาปิดเทอม ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไป ที่สำคัญคือภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวก็ต้องขยับตามเช่นกัน         นึกไป นึกมาก็นึกย้อนไปถึงอดีตที่เดิมเราหยุดกันในวันโกน-วันพระ ดั่งวลีคุ้นหู วันโกนให้ละ-วันพระให้เว้น หมายถึงในหนึ่งสัปดาห์เมื่อถึงวันโกน-วันพระก็เว้นขาดจากเรื่องบาปอกุศลทั้งปวง เว้นจากความละโมบโลภมากแสวงหาเงินทอง ไปเข้าวัดถือศีลฟีงธรรมตามกาลเพื่อชำระล้างจิตใจสะสมปัญญาความรู้พัฒนายกระดับจิตใจกัน แต่ด้วยความกลัวว่าจะค้าขายไม่ทันคู่แข่ง ลำบากกับการติดต่อค้าขายระหว่างประเทศเราเลยยอมสละวัฒนธรรมการเข้าวัดฟังธรรมในวันพระมาเป็นหยุดในวันเสาร์-อาทิตย์ตามต่างชาติไป ยอมสูญเสียเอกราชทางวัฒนธรรมของเรานี้ไป ในขณะที่ต่างชาติยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีวันหยุดของตนไว้ วันเสาร์-อาทิตย์ของเขาก็คือวันของศาสนาที่เรียกวันพระเจ้าหรือ Holy – day เขายังเข้าโบสถ์ทำพิธีอยู่อย่างเข้มแข็งทุกวันอาทิตย์ นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า เราให้น้ำหนักของการค้าขายระหว่างประเทศมากกว่าการเลือกที่จะรักษาวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของคนในประเทศ         ​น่าคิดว่าดังนั้นแทนที่จะรณรงค์เลื่อนวันเปิดเทอมเพื่อให้พ้องรับกับ AEC ควรหรือไม่ที่เราจะรณรงค์เลื่อนวันเปิดเทอมรวมถึงวันหยุดงานให้กลับมาเป็นวิถีไทยดังเดิม ในทุกวันนี้ด้วยระบบการสื่อสารสมัยใหม่ จะเห็นว่าทั้งหน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจต่าง ๆ ทุกที่มีหน่วยงานที่รอบรับการดำเนินงานในวันหยุดไม่ให้ขาดช่วงตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 7 วันในสัปดาห์อยู่แล้ว ดังนั้นยังจำเป็นอยู่อีกหรือที่เราจะต้องหยุดในวันเสาร์-อาทิตย์ เราควรจะกลับมารณรงค์ให้คนไทยเราได้กลับมาหยุดในวันพระ วันโกน ตามวิถีไทยเพื่อให้ชาวพุทธได้เข้าวัด ฟังธรรม ลดละความโลภ เพื่อรากเหง้าอันเข้มแข็งของเรากลับมาอันจะส่งผลดีต่อความมั่นคงของสังคมในระยะยาวและยั่งยืน ทั้งยังเป็นการรักษาเอกลักษณ์อันดีซึ่งสามารถดึงมาเป็นจุดขายทางวัฒนธรรม Creative Economic ได้อีกมาก         น่าคิดว่ารัฐบาลจะหันมาให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมมากกว่าการอำนวยความสะดวกในเรื่องของวันหยุดหรือไม่         หรือเราจะยอมทิ้งรากเพื่อหวังผลประโยชน์กันจริงๆ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *