เหรียญทอง

        คนส่วนมากไม่มีเป้าหมาย หรือหากมีก็เป็นสักแต่ว่าตั้งเป้าแบบตาม ๆ กันไป จนในใจนึกว่าเป็นเป้าหมายของตัวเองจริง ๆ         ไม่ได้เล่นคำหรือดูแคลนกันนะครับ แต่จากที่ผมมีโอกาสได้พบเจอคนจำนวนไม่น้อยผลมันออกมาเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือหากคุณอยากจะทดลองดู ก็อาจทำง่าย ๆ ด้วยการลองถามคนรอบตัวคุณซิครับว่าเป้าหมายในชีวิติของเขา(เธอ)คืออะไร หลายคนทีเดียวที่ตอบไม่ได้ ขณะที่อีกหลายคนตอบได้แต่คำตอบเป็นประมาณว่า เป้าหมายของฉันคือเป็นผู้ประสบความสำเร็จ เป้าหมายของผมคือเป็นอภิมหาเศรษฐี เป้าหมายของป้าคือเป็นที่รักนับถือของลูกหลาน         สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป้าครับ เป็นเพียงผลที่เราอยากได้ อยากเป็น เป็นบริบท หรือเป็นบรรยากาศเท่านั้น ซึ่งไม่ช่วยในการนำพาชีวิตเราไปสู่ฝันเลย         ยกตัวอย่างเหมือนใครมาบอกว่าเป้าหมายเขาคือ เหรียญทองโอลิมปิก แต่ถามต่อว่าจะได้จากกีฬาประเภทใดกลับไม่สามารถตอบได้ แล้วเช่นนี้คุณ ๆ คิดว่าเขาจะมีวันได้เหรียญมาคล้องคอไหมครับ         ผู้ที่ตอบว่าอยากรวย อยากสำเร็จ อยากมีความสุขก็เช่นกันครับ เขาบอกว่ามีเป้าหมาย แต่แท้จริงมันไม่ใช่ มันเป็นเพียงผลที่ตามมาเท่านั้น ซึ่งมันจะเกิดขึ้นไม่ได้หากเขายังไม่สามารถกำหนดเป้าที่เป็นเป้าจริง ๆ ของเขาออกมาได้         อยากได้เหรียญโอลิมปิกก็ต้องบอกได้ว่าจะเป็น นักมวย นักยกน้ำหนัก หรือ นักเทควันโด เพื่อที่จะได้มุ่งมั่นฝึกฝน พัฒนาฝีมือให้ไปสู่เป้านั้นได้         อยากรวย อยากสำเร็จก็ต้องกำหนดให้ชัดว่าจะสำเร็จจากอะไร อยากเป็นเจ้าของผ้าไทยส่งขายทั่วโลก อยากเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่เก่งที่สุด อยากเป็นนายธนาคารที่ใหญ่ที่สุด ฯลฯ ต้องมีเช่นนี้ถึงจะรู้ว่าตนจะเดินต่อไปอย่างไร ทิศไหน ขาดอะไรจะได้เสริม เด่นอะไรจะได้ฉวย         การมีเป้านี้ดีเพราะทำให้เราไม่หลงทิศ หลงทาง อายุขัยของมนุษย์มีไม่มาก ยิ่งหากเจาะเฉพาะตั้งแต่พอรู้ความถึงช่วงที่ทำงานได้เต็มที่ ยังไม่เสื่อมไปตามสังขาร เอาเข้าจริงเราอาจมีเวลาสำหรับสร้างเนื้อสร้างตัวแค่สัก 30-40 ปี         เวลาขนาดนี้จะว่ามากก็ไม่มาก แล้วถ้าเรายังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เดินไปเรื่อยเปื่อยตามที่สังคมให้ค่านิยมมา กว่าเราจะรู้ตัวว่ากำลังเดินอยู่บนทางที่ไม่ใช่เราก็อาจสายไปแล้ว อาจกลับตัวยาก หรือเหลือเวลาจำกัดเต็มที         ลองย้อนมาสำรวจดูทีครับว่าตัวเรามีเป้าที่ใช่เราจริง ๆ หรือยัง ถ้ายังก็รีบหาเสีย อย่าติดแค่เปลือกหรือผลพลอยได้ที่เลื่อนลอยอย่างที่ยกมา เป้าคุณต้องชัดว่าจะเดินเส้นไหนซึ่งเมื่อชัดและได้เดินไปตามทางนั้นต่อให้ไปไม่ถึงจุดสูงสุดจริง ๆ ก็ยังก้าวไปข้างหน้าในทางที่เราชอบจริง ไม่ได้เดินวนเป็นวงอยู่ที่จุดเริ่มต้นหรือเดินเขวไปตามทางที่คนอื่นบอกว่าดี ลองดูนะครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้ ส่วนใครที่บอกว่าไม่ต้องมีเป้าแค่มีความสุขไปวัน ๆ ก็พอใจแล้ว ถ้าคุณไม่เสียดายศักยภาพความเป็นมนุษย์ ไม่เสียดายประสบการณ์ชีวิต ความรู้ที่สะสมมาก็ตามสะดวกครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *