คืนสู่เหย้า เล่าเรื่องเรือน

 ช่วงเดือนมกราคมนั้นถือเป็นเทศกาลแห่งการเจอเพื่อนเก่า เพราะสถาบันการศึกษามักนิยมจัดงานคืนสู่เหย้ากันในช่วงรับลมหนาวนี้ ชาวเลือดหมูของเราก็เช่นกันที่บรรดานายช่างทั้งหลายได้กลับมาเยือนปราสาทสีแดงของเรากันอีกครั้งได้กลับมาคืนสู่เหย้าในอดีตที่สร้างเรามาเพื่อรำลึกนึกถึงความสุขเก็บไว้เป็นกำลังใจยามคืนสู่เหย้าในปัจจุบันที่เรากำลังมุ่งมั่นสร้าง  ข้อคิดจากศิษย์เก่าฉบับนี้เลยขอเล่าเกี่ยวกับเหย้าที่เราทุ่มเทความรู้ที่เล่าเรียนมาเพื่อสร้างเหย้าซึ่งก็คือ “บ้าน” หรือ “ครอบครัว”นี้ให้มั่นคง ด้วยระบบคิดที่มีเหตุและผลของวิศวกรการจะสร้างสิ่งใดให้ได้ดีเราต้องรู้ความหมายและกลไกของสิ่งที่จะสร้างนั้น เราจะสร้างครอบครัวให้อบอุ่นเราจึงต้องรู้ความหมายของคำว่าครอบครัวกันเสียก่อนคำว่า “ครอบครัว” นี้เห็นกันจะจะเลยครับว่ามาจากคำว่า “ครอบ” กับคำว่า “ครัว” คือเป็นสถานที่ที่ “ครอบ” เอาห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านคือ “ครัว” ไว้ห้องครัวสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ ? หากไม่แน่ใจก็ลองหลับตาแล้วจินตนาการตามดูนะครับ

จินตนาการไปถึงพื้นที่ที่คุณแม่ใช้ตระเตรียมอาหารถวายพระสงฆ์องค์เจ้าเพื่อให้สมาชิกทุกรุ่นในบ้านได้มาร่วมใส่บาตรให้เป็นสิริมงคลกับตัวเองก่อนเริ่มวันใหม่กันตั้งแต่เช้าตรู่

 จินตนาการไปถึงพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานบริสุทธิ์ที่คุณแม่ปรุงอาหารเช้าด้วยใจเปี่ยมรักให้คุณพ่อและลูกน้อยได้เติมพลังกันก่อนออกไปเรียน ไปทำงานทั้งในมื้อเช้าและเลยไปถึงบรรจุใส่ปิ่นโตเตรียมไว้เป็นเสบียงให้ไปกินในมื้อเที่ยงด้วย

 จินตนาการไปถึงพื้นที่ที่คุณแม่ใช้จัดเตรียมวัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างถูกอนามัย เหมาะกับสุขภาพของสมาชิกทุกคนเพื่อนำไปปรุงเป็นอาหารมือเย็นที่ถูกปาก และมีประโยชน์บนโต๊ะอาหารที่เป็นเหมือนเวทีทำ Knowledge Management ให้เกิดปฏิสัมพันธ์กันของทุกคน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน พ่อแม่ได้ฟังเรื่องของลูกช่วยแนะแก้ไข ลูกได้ฟังประสบการณ์อันทรงค่าของพ่อแม่ สายใยรักอันอบอุ่นทั้งปวงนี้ก็ผ่านออกมาจากอาหารที่ออกมาจากห้องครัวนี้นี่เอง ครัวนั่นแหละเป็นต้นกำเนิดของครอบครัวอันแท้จริงครับ

  จากห้องครัวผมขอเล่าถึง “ห้องวิเศษ” กันต่อนะครับ เป็นห้องที่มีความสำคัญมาก ๆ ในการทำเหย้าของเราให้มั่นคงแข็งแรงตามความมุ่งหวัง ห้องวิเศษนี้ก็คือ “ห้องพระ” ครับ บ้านใครพื้นที่ไม่อำนวยก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะขนาดมิใช่สาระ ความสำคัญอยู่ที่การได้ใช้งานร่วมกันของสมาชิกของครอบครัวในห้องหรือพื้นที่ที่จัดสรรไว้เป็นห้องพระนี้ครับ

 บางบ้านหรือที่จริงอาจต้องเรียกว่าคฤหาสน์มีห้องพระที่ใหญ่มาก ๆ มีพระพุทธรูปหายากจำนวนมากจนบางพิพิธภัณฑ์อาจอาย และก็เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์จริง ๆ คือเป็นเหมือนห้องโชว์แขกเหรื่อที่แวะมาเยี่ยมเยียน หรือเป็นห้องเก็บสมบัติโบราณล้ำค่า คนในบ้านแทบไม่ได้ใช้ เช่นนี้ห้องพระนั้นยังสู้หิ้งพระเล็ก ๆ ที่บูชาพระไม่กี่องค์แต่พ่อแม่ลูกได้ร่วมกันสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนจนห้องนั้นกลายเป็นห้องวิเศษไม่ได้

ส่วนห้องพระนี้จะหลายเป็นห้องวิเศษที่ช่วยสร้างครอบครัวคุณให้เข้มแข็งได้นั้นผู้ใช้ก็ต้องปฏิบัติตามคู่มือการใช้ห้องครับ นั่นคือต้องใช้ห้องด้วยความการสำรวมระวัง ไม่ให้มีอารมณ์โกรธเกรี้ยว ด่าทอ หรือโวยวายใส่กันในยามที่อยู่ในห้องพระนั้น จะทะเลาะอะไรกันมา จะโกรธเคืองใครอยู่แต่เมื่อถึงเวลาสวดมนต์กันหน้าพระพุทธรูปทุกคนจะต้องลดละวางโทสะนั้น จะเคือง จะงอน จะพาลใด ๆ ก็ต้องรอให้พ้นจากเขตแห่งพระปฏิมานี้ก่อน ซึ่งนั่นเป็นเสมือนกุศโลบายช่วยให้อารมณ์ร้อนที่กำลังจะเผาบ้านนั้นได้จางคลายไป แม้อาจไม่มอดหมดแต่ก็ลดน้อยลงพอให้เหตุและผลสามารถเข้ามาแทนที่ในการแก้ปัญหาได้

และห้องนี้จะวิเศษที่สุดก็เมื่อทุกครั้งที่คุณสวดมนต์ ก็ให้มีเมตตาจริง ๆ แผ่ออกมาด้วย ใจที่ปรารถนาดีต่อผู้อื่นนั้นมีกระแสที่แผ่และรับรู้กันได้จริง โดยเฉพาะต่อลูกน้อยที่จิตยังบริสุทธิ์ไม่โดนกรอบความคิดครอบงำหนาเหมือนผู้ใหญ่พวกเขาสามารถรับกระแสเย็นจากพ่อแม่นี้ได้ง่าย หากทำได้เช่นนี้ลูก ๆ ที่ได้ซึมซับความร่มเย็นนี้ทุกคืนก่อนนอนย่อมนอนหลับด้วยใจอันสงบ รับรู้ได้ถึงความมั่นคงในความรักของพ่อแม่ มีความรู้สึกปลอดภัยกับชีวิตน้อย ๆ อันจะเป็นรากฐานอันมั่นคงต่ออนาคตของเขา และเมื่อทุกคนมีความร่มเย็นในทุกคืนเด็ก ๆ จะมีความรู้สึกที่ดีต่อพระ เพราะทุกครายามอยู่หน้าพระพ่อแม่ดีกัน มีความร่มเย็นกระจาย ความรู้สึกนี้จะฝังอยู่ในก้นบึ้งของใจเขา เมื่อยามเติบใหญ่มีปัญหาชีวิตแทนที่เขาจะมุ่งหาอบายมุขในการดับทุกข์ เสี้ยวลึกในใจนี้จะทำให้เขานึกถึงพระ นึกถึงวัดขึ้นมาได้ และนั่นเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ไตร่ตรองปัญหาด้วยปัญญามิใช่อารมณ์

 ประโยชน์ใหญ่ปานนี้จะไม่ให้เรียกห้องนี้ว่าห้องวิเศษได้อย่างไรจริงไหมครับคืนนี้อย่าลืม หาหนังสือสวดมนต์เล่มเล็ก ๆ มาสวดกันพร้อมหน้าทุกคนในห้องวิเศษนี้กันนะครับ ก่อนจบขอเล่าถึงอีกสักห้องนะครับ ผมให้ชื่อห้องนี้ว่า “ห้องทดลอง” ครับ ห้องนี้สามารถสร้างสิ่งดี ๆ หลายประการให้ลูกคุณ เช่น “ความคิดสร้างสรรค์” ที่จะมีตามมาจากการค้นคว้าเพื่อทำงานทดลองนั้น “ไหวพริบ” จากการดัดแปลงงานให้สำเร็จจากสิ่งที่มี หรือที่สำคัญที่สุดที่ลูก ๆ คุณจะได้จากห้องทดลองนี้ก็คือ “ความมั่นใจ” “ความภูมิใจในตนเอง” และ “ความเชื่อมั่นในศักยภาพตัวเอง”

ห้องทดลองนี้ไม่จำเป็นจะต้องหาซื้อพวกงานทดลองทางวิทยาศาสตร์มาให้ลูกทดลองกันจริง ๆ หรอกนะครับ แค่เพียงการประดิษฐ์ของใช้ในบ้านทั่ว ๆ ไปที่เมื่อเสร็จแล้วสามารถนำไปใช้ได้จริง เด็ก ๆ ได้ภูมิใจกับฝีมือตัวเองกันจริง ๆ อย่างเช่นอาจชวนกันทำกล่องเก็บของ ทำกรอบรูป หรือเสื้อผ้าน้องหมา สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วล่ะครับที่เด็ก ๆ จะเกิดความภูมิใจในตัวเองขึ้นมาอีกมากที่จริงอย่าว่าแต่เด็กเลยแม้ผู้ใหญ่เองเมื่อทำอะไรสำเร็จสักอย่างก็ย่อมภาคภูมิใจในตัวเองเช่นกัน

 แต่ประโยชน์จากการสร้างความภาคภูมิใจนี้ไม่ได้มีแค่ช่วงที่ทำเสร็จ ยังมีประโยชน์สำคัญมากอีกหลายอย่างในช่วงระหว่างทำ ที่ชัด ๆ เลยก็คือเวลาที่พ่อแม่ลูกใช้ในห้องทดลองนั้นก็คือเวลาแห่งการสร้างสายใยรักให้เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างแน่นแฟ้น อีกทั้งยังเป็นเวลาที่พ่อแม่สามารถสร้างความประทับใจ ก่อความรู้สึกมั่นคงเป็นที่พึ่งให้ลูก ๆ ได้ เพราะการประดิษฐ์หรือดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ เด็กย่อมมีข้อติดขัดซึ่งเมื่อพ่อแม่ช่วยแก้ปัญหาที่เกินวัยได้สิ่งที่ตามมาคือภาพ “ฮีโร่” ของพ่อแม่ในใจเด็กซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถใช้เงินซื้อหา หรือใช้การพูดกรอกหูให้ลูกได้ ความรู้สึกนี้จะเกิดได้ก็จากสถานการณ์จริงที่ยามเด็กมีปัญหาแก้เองไม่ได้ ผู้ที่ก้าวเข้ามาช่วยผู้นั้นก็จะกลายเป็นฮีโร่ของเด็ก การทดลองในห้องทดลองของเรานี่แหละครับที่จะสร้างโอกาสให้คุณได้กลายเป็นต้นแบบให้ลูกได้ชื่นชม ศรัทธาได้

งานนี้ยังมีผลพลอยได้ที่ตามมาอีกคือความประหยัด ยิ่งหากได้คอยชี้ให้ลูกเห็น ได้เปรียบเทียบค่าของเงินจริง ๆ กันเลยว่าซื้อเขาเท่าไหร่ ทำเองเท่าไหร่ สามารถช่วยประหยัดเงินได้แค่ไหน นิสัยดี ๆ เช่นนี้จะตกเป็นมรดกอันสำคัญแก่อนาคตของลูก ไม่ใช่อย่างปัจจุบันที่พ่อแม่หลายคู่ทำให้เด็กนึกว่าทุกสิ่งเกิดจากเงิน อยากได้อะไร จะทำอะไรใช้เงินเป็นได้ อย่างที่เคยได้ยินว่าเดี๋ยวนี้เด็กเมืองจำนวนไม่น้อยที่นึกว่ามะม่วง ส้ม ชมพู่ออกมาจากต้นเงินไม่ใช่ต้นไม้กันแล้ว อย่างนี้ไม่ต้องบอกเลยว่าอนาคตเด็กนั้นน่ากลัวขนาดไหน  เพียงแค่จัดหาห้องหรือพื้นที่เล็ก ๆ สักมุม แต่งด้านหน้าด้วยป้ายแบบห้องแลปเสียหน่อย มีสัญลักษณ์เก๋ ๆ ติดหน้าประตูชวนกระตุ้นให้เกิดนิสัยชอบเรียนรู้ ด้านในก็จัดเตรียมเครื่องมือ ตำรา อุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ บวกกับไอเดียสร้างสรรค์ที่จะมาชวนลูก ๆ สร้างกัน เท่านี้ก็คุณก็มีห้องทดลองในบ้านคุณแล้ว

วันหยุดนี้จะชวนลูกประดิษฐ์อะไรกันดีครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *