ข่าวเล็กที่ยิ่งใหญ่

ข่าวที่ใหญ่และสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้รู้เสมอข่าวหนึ่งก็คือข่าว“เครื่องบินตก”         ยิ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์ หมายถึงเครื่องบินที่ประชาชนคนทั่วไปใช้เดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันไม่ใช่เครื่องบินขนส่งพัสดุ หรือเครื่องบินของทางการการทหารแล้ว เวลามีลำใดโชคร้ายเดินทางไม่ถึงที่หมายจะกลายเป็นข่าวใหญ่ทันที ยิ่งช่วงไหนเกิดเหตุน่าสลดนี้มากกว่าหนึ่งในเวลาใกล้เคียงกันช่วงนั้นแทบจะทำให้คนกลัวจนไม่กล้าขึ้นเครื่องบินกันเลย         แม้จะทราบกันดีว่าการเดินทางโดยเครื่องบินนั้นจัดเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด มีตัวเลขสถิติยืนยันมากมายมาตลอดว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุนั้นน้อยมาก ๆ น้อยกว่าการเดินทางประเภทอื่นไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส เรือ หรือแม้แต่รถยนต์ส่วนบุคคลเยอะ อีกทั้งหากดูตัวเลขผู้ประสบภัยก็จะยิ่งชัดว่าคนบาดเจ็บล้มตายกันบนเครื่องบินมีน้อยกว่าการเดินทางทุกประเภทมาก         แต่ที่คนกลัวกันมากเป็นเพราะแม้จะนาน ๆ เกิดสักครา แต่พอเกิดครั้งใดโอกาสที่จะมีผู้รอดชีวิตนั้นน้อยเหลือเกิน ต่างจากรถชนที่แม้จะชนกันบ่อยแต่ที่คนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถนั้นยังมีสิทธิ์รอดมากกว่า ทำให้ข่าวบนพื้นนี้เป็นข่าวที่ไม่ใหญ่เท่าบนอากาศ         ทั้งที่แท้จริงนี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรจะปล่อยผ่านไปเลย ควรหาสาเหตุกันให้เจอว่ามันมีอะไรกันแน่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขที่สูงจนลดไม่ลงนี้ หาเจอแลัวจะได้แก้ไขกัน ที่เมื่อแก้สำเร็จสิ่งที่ได้จะไม่เพียงแค่เรื่องของการลดตัวเลขอุบัติเหตุเท่านั้น แต่จะเลยไปถึงเรื่องสำคัญอื่น ๆ อีก         ลองนึกดูซิครับ ว่าด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีขนาดนี้ ด้วยความรู้ทางวิศกรรมการก่อสร้างสูงล้ำปานนี้ ด้วยสมรรถนะของยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังเกิดอุบัติเหตุได้มาก ยังผล่าผลาญชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจำนวนมาก ทำไมความเจริญอันก้าวกระโดดของมนุษย์นี้ไม่สามารถป้องกันชีวิตมนุษย์กันเองจากการเดินทางด้วยวิถีทางพื้นฐานเช่นนี้ได้         คำตอบก็เป็นเพราะมนุษย์ไม่ได้แก้ปัญหานี้ที่ตัวต้นเหตุอย่างแท้จริง ที่ทำกันอยู่นั้นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุที่ให้ผลเพียงชั่วครู่ ชั่วยาม และสาเหตุที่มักจะตกเป็นจำเลยหลักถูกนำมารณรงค์ให้แก้ไขก็คือเรื่องความบกพร่องเรื่องของตัวรถ เรื่องความไม่พร้อมของผู้ขับ และเรื่องความบกพร่องของถนน ที่ทั้งสามเหตุนี้แม้เป็นเหตุจริง แต่ยังเป็นจริงในเชิงรูปธรรมที่เมื่อเวลาผ่าน สถานการณ์เปลี่ยนก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก ถนนที่เคยซ่อมจนดีสักพักก็พังอีก รถที่ปรับสภาพจนดีก็เสื่อมตามอายุใช้งาน ดังนั้นการแก้ปัญหาในขอบเขตทั้งสามนี้แม้ยังต้องทำแต่ก็ไม่ยั่งยืน เมื่อใดที่กฏหมาย ระเบียบ หรือผู้ปฏิบัติหย่อนยานโอกาสเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงนั้นก็จะเกิดขึ้นให้ตามล้อมคอกกันอีกไม่รู้จักจบ         การแก้ที่แท้จึงต้องสาวลึกลงไปอีกขั้นให้เจอสาเหตุว่าอะไรทำให้ถนนพัง อะไรทำให้คนขับประมาท อะไรทำให้รถบกพร่อง ตอบกันได้ไหมครับ ?         เฉลยแบบไม่กลัวผิดก็หนีไม่พ้นเรื่อง “ความอยาก” ของคนที่เกี่ยวข้องนั่นเองนั่นเอง         ผู้รับเหมาอยากได้ผลประโยชน์มากขึ้นเลยก่อสร้างถนนต่ำกว่าสเปก บริษัทอยากประหยัดค่าน้ำมันก็เลยบรรทุกสินค้าเกินพิกัด คนขับอยากได้รายได้มากก็ต้องฝืนขับหรือใช้ยากระตุ้นช่วย เจ้าของรถอยากประหยัดค่าซ่อมบำรุงก็ไม่ยอมเสียค่าซ่อมบำรุงตามเกณฑ์ที่กำหนดของรถ ซึ่งหากคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำดั่งที่ควรจะทำก็จะสามารถป้องกันอุบัติเหตุได้เกือบเต็มร้อย         ดังนั้นทางแก้ที่ถาวรก็คือต้องลดทอนความอยาก กำจัดความโลภนี้ออกไป ฝึกให้คนสละออกบ้าง ให้ใจเป็นทานนึกถึงคนอื่นบ้าง หากทำได้เช่นนี้การทุจริตจนทำให้ถนนเสียหายก็จะไม่มี การทำงานผิดเกณฑ์เพื่อรายได้จำนวนมากจนเบียดเบียนกระทบคนอื่นก็จะไม่เกิด ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ต้องย้อนกลับมาที่ระดับจิตใจของแต่ละบุคคล มิใช่แค่เรื่องหยาบที่เห็นได้ภายนอกเพียงสภาพรถ สภาพถนน หรือระดับแอลกอฮอล์ในกายคนขับ         ทำให้วันนี้เมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนที่มองผิวเผินเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กแต่นี่ล่ะครับข่าวใหญ่ที่สังคมรอมานาน นั่นคือข่าวมาตรการการห้ามใช้มือถือ แชต ทอล์กกันขณะขับรถ เพราะนี่ไม่เพียงเป็นมาตรการในการช่วยลดอุบัติเหตุทางตรงจากความประมาทของคนขับ แต่ยังเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่ส่งผลได้ถึงรากดั่งที่สาวกันเมื่อครู่ด้วย เพราะการกระทำนี้จะช่วยเข้าไปเปลี่ยนแปลงจากต้นตอลึก ๆ ในใจของสมาชิกในสังคมให้ฝึกสละความอยากส่วนตัวลง หัดอดทนต่อความคุ้นชินเพื่อความสะดวกสบายส่วนตัวเพื่อส่วนรวม หันมาเห็นผลกระทบต่อคนอื่นมากขึ้น ไม่มักง่ายกับเรื่องเล็กน้อยอย่างวินัยบนท้องถนนจนยอมแลกกับเรื่องใหญ่กว่าคือสะสมพอกพูนความเห็นแก่ตัว         ทุกวันนี้ใจเราก็เร็วตามสปีดอินเตอร์เน็ตกันจนรอไม่เป็น อดทนไม่ได้ อดกลั้นไม่มี ทำให้กิเลสในใจที่ถูกปรุงแต่งมากขึ้นมากจากความเร็วของการกระทบนั้นทำงานได้อยู่ตลอด จนสร้างเรื่องร้าย ก่อเรื่องไม่ดีมากมายมาสู่ผู้กระทำ มาตรการนี้ล่ะครับที่จะมอบโอกาสดีมาก ๆ ให้เราได้จะใช้ในการฝึกขันติความอดทน อดกลั้นนี้ หัดที่จะรอสักสิบ ยี่สิบนาทีเพื่อจะได้พูดคุยกับเพื่อน หัดอดกลั้นให้ถึงที่หมายก่อนแล้วค่อยก้มหน้าลงแชต ทั้งยังได้หัดที่จะวางแผนล่วงหน้า จัดการเรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางที่ตนจะต้องอยู่หลังพวงมาลับรถ รับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเพื่อนร่วมถนนคนอื่น ๆ ด้วย         ผลที่จะได้มากับตัวจากการฝึกฝนตนนี้จะไม่ได้เพียงการไม่เบียดเบียนผู้อื่นแต่ยังได้ทั้งมอบสิ่งดี ๆ แก่ตัวเองคือความอดทน ความใจเย็น การวางแผนอย่างรอบคอบ ที่คุณสมบัติเหล่านี้จะส่งผลดีให้กับชีวิตเรามากความรอได้ รอเป็น ใจเย็น รู้จักวางแผนล่วงหน้าจะทำให้ผู้มีคุณสมบัติเหล่านี้ประสบความสำเร็จ และมีความสุขกับชีวิตด้านอื่น ๆ ด้วย เปิดด้วยข่าวใหญ่คือเครื่องบิน มาสู่ข่าวกลางอย่างรถ ขอปิดด้วยข่าวเล็กคือมือถือที่หมายลึกถึงการห้ามกิเลสในใจคน นี่เป็นข่าวที่สำคัญกว่าทุกข่าวในโลกนี้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *