ข่าวดี

        ยุคนี้เป็นยุคสื่อครองโลก !         ใครมีสื่อในมือหมายถึงการสามารถส่งความคิด ความเชื่อของตนไปสู่มหาชนได้ และเมื่อมีมวลชนอยู่ในมือผู้นั้นย่อมสามารถทำสิ่งที่ปรารถนาได้ไม่ยาก หากเป็นเรื่องการเมืองก็คือการมีประชาชนหนุนหลังให้ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ หากเป็นพ่อค้าก็เท่ากับมีฐานลูกค้าในมือเหนียวแน่นเกินกว่าคู่แข่งจะมาแบ่งตลาดได้         นั่นเป็นด้านผู้ส่งสาร ขณะที่ด้านคนรับสารก็ต้องระวังให้มากเพราะหากไม่ตั้งหลักให้ดี จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวยิ่งนั่นคือการตกเป็นเหยื่อ ตกเป็นฐานอำนาจ ตกเป็นฐานลูกค้า และที่น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกก็คือบางคนเต็มใจยอมอยู่ใต้อำนาจทั้ง ๆ ที่รู้เหมือนเพลงฮิตที่คุ้นหู “รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก”         จะกลัวไปทำไมกัน กับการที่จะเป็นฐานเสียงให้ใครตราบใดที่เขาให้สิ่งที่เราต้องการได้ บอกจะให้ค่าแรงเท่านี้บาทต้อวัน จะให้ลูกเรียนฟรี จะให้พ่อแม่รักษาฟรี เขาก็ให้ จะเป็นไรไปที่จะหลงกลพ่อค้า หากสินค้านั้นเราชอบเสียอย่าง เรายอมผ่อนจ่ายเพื่อความโก้เก๋ของเราเสียอย่าง หากคิดใกล้ก็พอรับได้ครับ แต่หากมองให้ลึกลงไปจะเห็นว่าการเป็นทาสแบบนั้นนั่นแหละคือความทุกข์อันแสนแยบคาย         นายอาจมอบสุขเล็ก ๆ ให้บ้างแต่แลกกับจิตวิญญาณของทาส เมื่อสื่อสำคัญปานนี้ สื่อก็ต้องพยายามทำให้มีคนติดตามมาก เป็นหนังสือพิมพ์ก็ต้องมียอดขายสูง ๆ เป็นโทรทัศน์ก็ต้องมีเรตติ้งดี ๆ ซึ่งก็คือการนำเสนอสิ่งที่คนดู คนอ่านชอบ และหากจำต้องเลือกระหว่างข่าวด้านดีกับข่าวด้านร้าย การนำเสนอข่าวร้ายดูจะเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะธรรมชาติของคน ชอบเสพข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี หรือมุมกลับกันคนไม่ค่อยชอบเสพข่าวดีส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลึก ๆ เราอาจแอบอิจฉาเขา         ขณะที่แม้เราอาจไม่ถึงขั้นสะใจ สาใจเวลาใครประสบทุกข์ แต่ข่าวร้ายของคนอื่นมันทำให้เรากิดความสงสารและนั่นคือการยกระดับตัวขึ้น คือเราอยู่ในสภาวะที่เหนือกว่า มีคนที่ด้อยกว่าเราอยู่ ความรู้สึกแบบนี้ล่ะครับที่อันตราย หากไม่เท่าทันมันจะกัดกร่อนความสูงส่งของใจมนุษย์เรา ข่าวดีอิจฉา ข่าวร้ายสะ(เทือน)ใจ         แล้วที่ถูกควรจะเป็นเช่นไร ?         ก็ต้องเป็นอีกด้านครับ คือเสพข่าวดีแล้วชื่นชมยินดีกํบคนดีนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ลึก ๆ ในใจแอบค่อนขอดว่าไม่เห็นจะเท่าไหร่ ตัวฉันก็ดีกว่าเพียงแต่ขาดโอกาสออกสื่อเท่านั้น ขณะที่เมื่อเสพข่าวร้ายก็ต้องไม่สงสารพร้อมลักคิดว่าเราเหนือกว่า แต่ต้องเป็นความสงสารในระดับกรุณาคือพยายามหาทางช่วยเหลือด้วย อาจไม่ใช่โดยตรงแต่โดยอ้อมเช่นการป้องกัน การให้ความรู้ หรือการรณรงค์ก็ว่าตามแต่บริบท หากเสพข่าวเช่นนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าวันหนึ่งข่าวร้ายจะหมดไปจากโลกครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *