ส่วนตัวผมทำงานด้านสาธารณกุศลคือเป็นผู้บริหารมูลนิธิบ้านอารีย์อันเป็นหน่วยงานที่ทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และอาจเป็นเพราะสถานที่ตั้งของมูลนิธิที่อยู่กลางเมืองบวกกับเป็นจังหวะที่สังคมกำลังต้องการหายามาแก้โรคร้ายทางจิตอยู่ งานของมูลนิธิในช่วงสิบปีก่อนจึงกลายเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก นอกจากนั้นผมยังมีหมวกอีกหนึ่งใบในงานด้านสงคมสงเคราะห์นั่นคือหมวกของผู้บริหารสมาคมบ้านปันรักอันเป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ และชุมชน เป็นตัวกลางในการจัดเวทีให้ผู้ที่มีรัก มีความเอื้ออาทรจะได้มาปันรักและความอารีนั้นแก่เพื่อน ๆ ก็เช่นกันครับอาจเป็นด้วยสถานที่ที่เดินทางสะดวกทำให้งานของสมาคมเป็นที่รู้จักและมีคนมาใช้ประโยชน์กันมากมายไม่ว่าจะเป็นการสอนคอมพิวเตอร์ เฟซบุค ทวิตเตอร์ หรือไอแพด ในกิจกรรมไอทีสำหรับผู้สูงอายุ หรือกิจกรรมอย่างการสอนลีลาศ มวยจีน โยคะ หัตถศิลป์ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษในด้านของสุขภาพการใช้ชีวิต แต่กิจกรรมที่ผมชอบที่สุดของสมาคมกลับเป็นกิจกรรมที่ทดลองจัดอยู่ 3-4 ครั้ง เป็นกิจกรรมที่มาจากข้อเสนอของครูที่มาสอนคอมพิวเตอร์ให้คุณยาย คุณน้า เขาเรียกกิจกรรมนี้ว่า “คุณค่าชีวิต“ รูปแบบไม่มีอะไรมากเป็นการหมุนเวียนขึ้นมาเล่าชีวิตของแต่ละคนที่ผ่านโลกมากทั้งด้านสำเร็จและล้มเหลวให้เพื่อน ๆ ร่วมห้องฟัง บางท่านฟังดูเหมือนไม่มีอะไร ชีวิตของชาวบ้าน คนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเรื่องราวที่สาธารณะให้ความสนใจ แต่ผมมองต่างครับ ผมเห็นว่าคนทุกคนแม้ผ่านเหตุการณ์เดียวกันแต่ด้วยความเป็นคนละคนที่หล่อหลอมมาต่างกันย่อมมีมุมมองหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเหตุการณ์เดียวกันในประวัติศาสตร์หน้าเดียวกันนั้นต่างกัน และนี่เองคือประโยชน์ใหญ่หลวงไม่ใช่ในแง่ของประวัติศาสตร์ แต่เป็นต่ออนาคต ที่รุ่นต่อ ๆไปจะได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย และได้เห็นผล ที่ส่งออกมาต่างกันในแต่ละปัจเจก ซึ่งหากเราสามารถมีตัวอย่างที่มากพอหมายถึงเราสามารถมองเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งได้แบบรอบด้านจริง ๆ ไม่ใช่มองผ่านมุมเดียว เลนส์สีเดียว หรือจากกรอบความคิด ความเชื่อเดียวของผู้บันทึกประวัติศาสตร์ หรือผู้เขียนบันทึกนั้น สิงที่ได้ไม่ใช่การยืนยันความถูกต้องของสิ่งที่ล่วงไปแล้ว แต่เป็นการตกผลึกองค์ความรู้ชุดใหม่จากข้อมูลเดิมที่ถูกมองผ่านกรอบความคิดอันหลากหลาย ตรงนี้แหละครับที่หาไม่ได้ในตำราทั่วไปที่มีคนเขียนคนเดียวหรือคณะเดียวแต่จะหาได้จากความต่างในตัวละครจริง และหากศึกษาแบบเจาะลึกลงไปผมมั่นใจเหลือเกินว่าผลึกความรู้ที่ตกได้มานั้นจะสรุปลงป็นความจริงแท้ของธรรมชาติชุดหนึ่งที่คนได้ไปแล้วจะมีค่าต่อชีวิตเขามาก เพราะนี่คือกิจกรรม “คุณค่า“ ชีวิต ไม่ใช่ “มูลค่า“ ชีวิตอย่างที่เราคุ้นกันบนโลกปัจจุบันนี้ครับ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณมีคุณค่าเสมอ กรุณาสละเวลาเขียนบันทึกส่วนตัวของคุณไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาด้วยนะครับ !

คุณค่าชีวิต
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น