ประตูแห่งชัยชนะ

        ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น แถมยังได้ดูคู่แห่งความทรงจำคือคู่ทีมชาติไทยของเราพบกับทีมอันดับ 1 ของโลกอย่างสเปน         ต้องขอบคุณระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่ทำให้ผมสามารถหาตั๋วคู่นี้มาให้แพ-พายลูกสาวของผมได้ตามที่เด็ก ๆ เรียกร้อง ทั้ง ๆ ที่เป็นนัดที่ตั๋วขายหมดเกลี้ยงจนมีตั๋วผีมายืนขายอย่างที่ไม่ได้เห็นกันมานาน ก็แหม..ทีมชาติเราเองขอให้เล่นกันด้วยใจ คนทั้งประเทศก็พร้อมเข้าไปให้กำลังใจกันล้นสนาม        

          บรรยากาศทั้งในและนอกสนามวันนั้นต้องบอกว่าสุดยอด มีการเชียร์ที่หาดูไม่ได้ง่าย ๆ มีอุปกรณ์เชียร์สารพัด มีการแต่งหน้า แต่งตัวด้วยสีสันของทั้ง 2 ชาติ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เกิดได้ง่าย ๆ จนผมรู้สึกว่าแค่สองสาวมาสัมผัสบรรยากาศการเชียร์กีฬาจริง ๆ เช่นนี้ก็คุ้มแล้วกับประสบการณ์ชีวิตที่เขาจะได้กลับไป      

           แต่… ที่คุ้มสุดยอดกว่านั้นก็คือสิ่งที่และเด็ก ๆได้รับในสนามก่อนจบเกมครับ !        

           แม้ผลการแข่งขันเราจะพ่ายไปยับเยินถึง 7 ต่อ 1 แต่หนึ่งประตูที่เรายิงได้นี่แหละที่จะทรงค่าในใจแพ-พายไปอีกนาน เพราะอะไร ?         ต้องขอเล่าย้อนไปตอนเริ่มเกมเด็ก ๆ ก็โบกธงเชียร์กันไปตามประสา ลุ้นไปตามเกมจนจบครึ่งแรกเราโดนนำอยู่ 2-0 กลับมาครึ่งหลังก็เชียร์กันต่อจนสักพักสกอร์ก็เริ่มไหลไปเป็น 3 4 5 6 จนถึง 7 หมดทางสู้โดยสิ้นเชิง จนผมตั้งใจว่าสัก 3-5 นาทีก่อนหมดเวลาจะพาแพ-พายออกจากสนามก่อนเพื่อเลี่ยงความแน่นขนัด แต่ก็ทำไม่ได้ครับ !         เพราะนักเตะเรายังคงวิ่งทุ่มเทกันเต็มที่ทุกคน ทุกลูก ไล่ไม่ทันก็ไล่ สู้ไม่ได้ก็สู้ คนดูทีวีอาจไม่เห็นอารมณ์ร่วมแต่ในสนามนี่เราสัมผัสใจอันเกินร้อยของนักเตะเราได้ชัด ชัดขนาดคนดูถอยไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกผิดมากถึงขั้นเหมือนไม่รักชาติกันเลยทีเดียวหากจะเดินหนีออกก่อน         ผม-แพ-พายเลยไม่ลังเลช่วยกันกับคนทั้งสนามเชียร์ให้เราบรรลุเป้าหมายคือการทำประตูให้ได้ จนท้ายสุดก่อนหมดเวลานิดเดียวประตูนั้นก็มาถึงจริง ๆ วินาทีที่บอลซุกตาข่าย สนามแทบแตก ไม่ได้ดีใจที่ยิงได้ทำให้เสมอหรือชนะ แต่ดีใจที่ในที่สุดความพยายาม ไม่ท้อถอย มุ่งมั่นก็ได้สิ่งตอบแทน ทุกคนสัมผัสถึงรางวัลแห่งความทุ่มเทไม่ยอมแพ้นั้นว่ามันหอมหวนขนาดไหน ผมดีใจที่ไม่พาเด็ก ๆ ออกก่อนจบเกม เพราะนี่เป็นสิ่งล้ำค่ามากเขาได้เห็นตัวอย่างจริงของการ “สู้เต็มที่”        

            จบเกมด้วยความสุขแม้จะแพ้ขาด แต่แพ-พายยังไม่ยอมกลับ ปีนมายืนบนม้านั่งโบกธงไตรรงค์ให้กับเหล่านักเตะที่เดินมาขอบคุณแฟน ๆ รอบสนาม จวบจนนักเตะคนสุดท้ายเดินออกจากสนามนั่นแหละสองสาวถึงยอมเดินลงกลับบ้าน         ผมไม่ทราบจะกล่าวขอบคุณเหตุการณ์นี้อย่างไร ได้แต่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อรำลึกถึงประตูแห่งความสำเร็จนี้ เป็นประสบการณ์อันมีค่าที่จะสอนพวกเขาให้รู้ว่าสิ่งที่มีค่ามากกว่า “ผลลัพธ์” คือ “วิธีการ” ความทุ่มเทในหน้าที่ให้รสอันอิ่มเอมเสมอไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นเช่นไรครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *