สุภาพบุรุษ

มีลูกสาวก็เหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน

        วลีโบราณนี้แม้ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่อาจเริ่มไม่ค่อยคุ้นกันแล้วแต่ก็ยังคงมีคนใช้กันอยู่         ความหมายก็คือบ้านที่มีลูกสาวมักจะหนีไม่พ้นเสียงนินทาในเรื่องที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงเหมือน ส่งกลิ่นเหม็นมาสู่บ้านนั้น         ไม่ได้จะดูแคลนว่าผู้หญิงนั้นไม่ดี         แต่นำความเชื่อในอดีตมาเล่าสู่กันฟังว่าเพศหญิงนั้นมีเรื่องให้ต้องระวังไม่ให้ถูกสังคมครหาอยู่ไม่น้อย         โดยเฉพาะปัญหาทางเพศอย่างเรื่องที่สมัยนี้อาจมองว่าเป็นเรื่องปกติอย่างการคบผู้ชายมากกว่าหนึ่งคนไว้เพื่อเลือกคนที่ดีที่สุดแม้จะไม่มีการเกินเลยทางเพศแต่สาวนั้นก็อาจโดนหาว่าหลายใจได้         ไม่ต้องพูดถึงการมีเพศสัมพันธ์เลยที่แม้จะมีกับคู่หมายที่หมายปองกันแต่หากยังไม่ได้ทำพิธี         แบบนี้ผู้หญิงก็โดนกล่าวโทษอย่างแรงเช่นกัน หรือแม้แต่จะเป็นฝ่ายโดนกระทำย่ำยีไม่ได้เต็มใจก็ไม่วายเป็นที่รังเกียจ         ยิ่งถ้าตั้งท้องขึ้นมาจนผลทางกายภาพเด่นชัดปิดไม่มิดนั้นแทบจะอยากหายไปจากหมู่บ้านกันเลย         นั่นว่ากันเมื่อมีปัญหา แต่แม้ในยามปกติผู้หญิงก็มีร่างกายที่ต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อนมากจนชวนเหนื่อยไม่น้อย         และด้วยข้อจำกัดเช่นนี้ทำให้แม้ในยุคแห่งความเสมอภาคในปัจจุบันยังมีผู้หญิงจำนวนหนึ่งอาจรู้สึกอิจฉาผู้ชายที่ดูจะใช้ชีวิตได้สบายกว่า         ยิ่งกับในหมู่ผู้สนใจธรรมนั้นก็เชื่อว่าผู้ชายมีวาสนามากกว่าสามารถมีคุณธรรมระดับสูงอย่างการเป็นท้าวสักกะ หรือ ท้าวมหาพรหมได้ หรือแม้แต่การกล่าวถึงลักษณะประจำเพศที่เพศหญิงที่มักเรียกว่าอิตถีภาวะนั้นก็มีความหมายถึง ความขาดความ ความเป็นรอง ความไม่สมบูรณ์ ความไม่พอเหมาะ ความไม่สมดุล ความไม่ลงตัว ความไม่แข็งแรง ต้องยึดถึงจะมั่นได้ ฯลฯ         ขณะที่เพศชายที่มักเรียกว่าปุริสภาวะ หรือบุรุษนี้ก็หมายถึงเป็นที่หนึ่งความสมบูรณ์ ความพอเหมาะ ความสมดุล ความลงตัว ความแข็งแรงเต็มสภาพ ความยืนนานสมสภาพ นั้น ฯลฯ หรือหากดูในตำราก็มีกล่าวถึงบุญที่จะนำสัตว์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ว่าจะเป็นเพศใดนี้อยู่ 3 ข้อคือ         1.ความพอใจในเพศ การชอบเพศตรงข้าม         2.ผลของกุศลที่มีกำลังก็จะเกิดเป็นชาย ผลของกุศลที่มีกำลังอ่อนก็จะเกิดเป็นหญิง ข้อนี้ทำให้เพศหญิงเกิดความน้อยใจไม่น้อยเพราะเหมือนเป็นการแสดงถึงความเหนือกว่าของเพศชาย เพราะระบุไว้ชัดว่าจะเกิดเป็นเพศชายได้นั้นต้องมีกำลังกุศลหนุนมากกว่า เช่นเคยเป็นหัวเรี่ยว หัวแรงในกิจการงานบุญ เป็นผู้นำในเรื่องงานการกุศล ขณะที่ได้เพศหญิงนั้นคือแม้จะทำกุศลมามากพอที่จะได้อัตภาพมนุษย์แต่ตอนทำไม่ได้เป็นผู้นำ หรือเป็นต้นคิดก็ทำให้กำลังของกุศลมีไม่มากพอ ซึ่งก็เว้นไว้ตามข้อแรกคือมีบ้างที่ผู้นั้นทำกุศลมาแรงมากแต่ได้เพศหญิงจากความพอใจของตนนั่นเอง         และ 3. จากอกุศลที่ทำ โดยเฉพาะศีลข้อ 3 ข้อกาเม การผิดลูกเขาเมียเขาที่เมื่อชดใช้กรรมจนเบาบางเหลือเป็นเศษกรรมแล้ว หากมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ อกุศลที่เหลือนี้จะส่งให้เกิดการเบี่ยงเบนทางเพศได้ ยืนยันว่าที่เขียนนี้มิได้จะมายกเพศตน ข่มเพศข้ามแต่อย่างใด โบราณว่าอย่างไรก็นำมาบอกต่อ เพื่อที่จะได้เข้าใจแล้วข้ามเปลือกเข้าไปสู่แก่นที่มีค่ามากกว่ามากมายนัก เพราะแม้เพศซึ่งก็เปรียบเหมือนเปลือกที่ห่อหุ้มจิตวิญญาณภายในนี้จะเป็นเช่นไรนั่นก็ไม่ได้ช่วยลดคุณค่าของแก่นที่ถูกห่อหุ้มอยู่นั้นเลย         ภาพที่ชัดที่สุดก็เหมือนถุงกระดาษต่างสี ถุงหนึ่งกระดาษหนาสีดำเข้ม ใช้สอยก็สะดวกทนทาน เลอะยาก มีตำหนิก็มองไม่เห็น ส่วนอีกถังกระดาษบางสีขาวสะอาด อ่อนนุ่มเบาบางแต่ก็ฉีกขาดง่าย ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง พลาดโดนฝุ่นนิดเดียวก็เปรอะเปื้อนไม่น่าดูแล้ว แต่ความจริงที่บางคน หรือหลายคนอาจไม่มอง หรือลืมที่จะมองด้วยความฉาบฉวยใส่ใจแต่เปลือกภายนอก ก็คือของที่บรรจุอยู่ในถุงนั้นมีความเหมือนกันทุกประการ ไม่มีความแตกต่างใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะของนั้นคือ “มนุษย์”         บางคนอาจบอกอีกว่า มนุษย์ที่บรรจุอยู่ข้างในก็ต่างกันนะ บางคนบุญมาก บางคนบุญน้อย ต้องบอกว่านั่นก็ยังเป็นเปลือกอยู่ครับ ยังเป็นสิ่งห่อหุ้มบาง ๆ ที่ห่อเอาแก่นแท้ข้างในไว้ เป็นแก่นที่ มีนัยยะสำคัญมากที่สุดที่แสดงความต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์อื่นนั่นคือความสามารถในการ “บรรลุธรรม” และสิ่งนี้เองที่ของในถุงดำ หรือถุงขาวนั้นเหมือนกัน ชาย หญิงนั้นเป็นแค่เปลือก เป็นแค่สีของถุงที่ทำให้เจ้าของต้องดูแลกันยากง่ายเพื่อไม่ให้เปื้อนจนคนเห็นร้องยี้         วิบากที่ติดตัวมาก็เหมือนฟิล์มหุ้มของที่ช่วยเอื้อให้ของมีอายุยาวสั้น ช่วยรักษาคุณภาพของของให้คงทนต่างกัน ส่วนบุญที่ทำให้ได้มาอยู่ในสภาพนี้คือบุญของจริงที่เท่าเทียมกันโดยแท้ เป็นความเท่าเทียมกันที่ไม่ต้องให้ฝ่ายใดมาเรียกร้อง มาร้องขอความเสมอภาคอีก เพราะธรรมชาติให้ความเท่านี้มาแต่ต้นแล้ว ซึ่งเมื่อใดเราใช้ความเท่านี้ก็เท่ากับเราถึงแก่น และเมื่อนั้นเราจะไม่ต้องมาเรียกหาความเสมอภาคใด ๆ อีก อ่อ แต่แม้แก่นจะเท่ากันการปฏิบัติต่อถุงสีไหนก็ต้องดูให้ความเหมาะสม อย่าผิดฝา ผิดตัวนะครับ อย่างถุงดำก็มีหน้าที่ให้เกียรติถุงขาว ให้ความช่วยเหลือ ให้อภัย คอยปกป้อง ฯลฯ ก็ต้องทำให้เต็มที่ ทำแล้วเขาถึงจะเรียกว่าเป็น “สุภาพบุรุษ” ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *