อโรดยา ปรมาลาภา

        ก่อนเข้าตัวบทความจริงขออนุญาตแจ้งกับน้อง ๆ ฝ่ายพิสูจน์อักษรก่อนนะครับ ว่าน้องห้ามแก้ชื่อบทของผมจาก ด.เด็ก เป็น ค.ควาย ที่เขียนมาน่ะตรงกับสิ่งที่ต้องสื่อแล้วครับ         อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นี่เป็นวลีที่เราคุ้นหูกันมานานหลายยุค หลายสมัย และจะเป็นจริงต่อไปอีกหลายสมัย หลายกาล บางคนชั่ววัยคะนองอาจมีบ้างที่เห็นบางสิ่งเช่นเงินทอง ชื่อเสียง หรือคู่ครองสำคัญกว่าสุขภาพตัว เป็นลาภที่สูงสุดที่ตนอยากได้ แต่เชื่อเถิดครับเมื่อเวลามาถึง เวลาของการเสื่อมไปแห่งสังขารร่างกายเมื่อนั้นทุกคนจะโหยหายลาภที่ประเสริฐแท้จริงคือความแข็งแรงปลอดโรคนี้         แต่ตอนนี้ผมอยากจะบอกว่าไม่เพียงอโรคยา เท่านั้นที่เป็นลาภประเสิรฐยังมี อโรดยา อีกอย่างที่ควรจัดเป็นลาภชั้นดีโดยเฉพาะกับชาวบ้าน ชนบทตามป่าเขา ตามธรรมชาติที่ “ถนน” ยังตัดไปไม่ถึง         ใช่ครับ อโรดยา นี้ผมล้อมาจาก อะ (ไม่มี) – โรด (road) ส่วน ยา นั้นเป็นการเล่นเสียงให้พ้องเท่านั้น รวมแล้วคือ ไม่มีถนน นั่นเองครับ         การไม่มีถนนเป็นลาภกอันประเสริฐ คุณอ่านไม่ผิด และผมก็พูดไม่ผิดแน่ ใครที่อยู่ในเมืองกรุง หัวเมืองใหญ่ที่ต้องติดต่อธุระการงานมีแต่อยากได้ถนนเพิ่ม อยากให้ตัดถนนผ่านหน้าบ้านจะได้สะดวก ที่ดินราคาสูงขึ้น นั่นยกไว้ครับ แต่กับกลุ่มคนที่วิถีชีวิตเขายังบริสุทธิ์อยู่ ยังโชคดีได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติแท้ ๆ เช่นในชนบทห่างไกลนี้การมีถนนเข้าไปที่หน้าบ้านพวกเขาไม่ได้หมายถึงความเจริญที่จะตามเข้าไป         หรือหากจะหมายกันให้ได้ ความเจริญนั้นก็เป็นเพียงการเจริญทางวัตถุ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งมักสวนทางกับความเจริญทางจิตใจ หรืออีกนัยคือความสุขทางใจอันเป็นสุขแท้ จากอยู่กันแบบชุมชน อบอุ่นเป็นครอบครัวใหญ่ ถนนที่ฝ่าเข้าไปในหมู่บ้านกำลังตีครอบครัวใหญ่นี้ให้เล็กลง จากการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ เพลิดเพลินกับความเป็นธรรมชาติแปรเป็นเพลิดเพลินกับแสงสีที่ตามถนนเข้าไป จากช่วยกันทำครัว ทำงานบ้าน ก็มักง่ายขึ้นกับการเดินทางไปหากินเที่ยวนอกบ้าน         และอีกสารพัดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นเรื่องของการสวนทางของวัตถุสิ่งกับสายใยสัมพันธ์ของครอบครัว และชุมชน         ถามใจกันตรง ๆ เถิด ถามพวกเราทุกคนนั่นแหละครับว่าหากเราแนะจากใจจริงเราอยากให้พี่น้องที่ยังใสซื่อบริสุทธิ์ของเราถูกความเจริญ(วัตถุ)มอมเมาเร็วขึ้น สะดวกขึ้นจากการมีถนนไหม เราคงอยากจะอวยพรให้เขามีชีวิตที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ ร้อนรนเช่นเดิมไปให้นานที่สุด จริงไหมครับ         มีถนน มีข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องแลกกับหยาดเหงื่อแรงกายไปหาซื้อมา ที่ตามมาแน่ ๆ อีกสิ่งก็คือหนี้สินที่ถูกล่อหลอกให้เป็นจากระบบผ่อน จากระบบบัตรเครดิต         ผมไม่ได้ปฏิเสธถนน ไม่ได้ปฏิเสธความเจริญทางวัตถุที่จะไปช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของความรู้ การศึกษา การรักษาพยาบาล สาธารณสุขของชาวบ้านห่างไกลได้มีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ผมเขียนสะท้อนจากความเป็นจริงในปัจจุบันที่ถนนทำหน้าที่หลักในการพา “อบายมุข” สิ่งฟุ้งเฟ้อ แสง สี ความมอมเมา เข้าไปให้ชุมชนในสัดส่วนที่มากกว่านำการพัฒนาที่จำเป็นอยู่มาก         ลองถามเล่น ๆ ดูว่าเมื่อมีถนนใหม่ขึ้นมาในชุมชนแห่งหนึ่งคุณคิดว่าอะไรจะเข้าไปมีบทบาทกับชุมชนที่ได้ถนนใหม่นั้นมากกว่ากันล่ะครับระหว่าง “ห้องสมุด” กับ “ผับ บาร์ คาราโอเกะ” ตอบกันได้เองเลยนะครับ         หรือที่ชัดอีกเรื่องก็คือเรื่องของ “มอเตอร์ไซค์” ที่ตามเข้ามาให้คนในชุมชนนั้นได้ครอบครอง(ด้วยระบบเงินผ่อน)เป็นจำนวนที่มากเสมอ เริ่มด้วยผ่อนไว้เดินทาง ขนส่ง แต่จากนั้นก็ลามไปถึงวัยรุ่น เด็ก เยาวชนที่อยากได้มาครอบครอง เที่ยวเตร่เฮฮาไปถึงมั่วสุม แต่ไม่ว่าจะอย่างใดที่เกิดแน่ ๆ คือหนี้จากการเช้าซื้อนั้น         ใครชอบแซวว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” บทนี้ล่ะครับที่เป็นต้นตอของการเกิดหนี้ เพราะเมื่อถนนถึงหนี้ก็ถึงตามมา หรือคุณว่าไม่จริง อโรดยา ปรมาลาภา ผมสะกดถูกแล้วครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *