เคลื่อน

        ชั่วชีวิตของคนเราเกิดมาพร้อมกับการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง         ถ้าไม่เคลื่อนก็เหมือนไม่มีชีวิต เป็นดั่งก้อนหินดินทราย         เราเกิดมาพร้อมกับการเคลื่อนนี้ และจะต้องอยู่กับการเคลื่อนนี้ไปทั้งชีวิต คำถามคือเรารู้หรือยังว่าเราจะเคลื่อนที่ไปไหน ? หรืออย่างน้อยคือเรารู้หรือยังว่าเราจะเคลื่อนไปในทิศทางใด ? ชิวิตคุณเคลื่อนแบบนี้ไหมครับ !!         เกิดมาเคลื่อนไปหาโรงรียนดี ๆ ไม่เว้นกระทั่งระดับอนุบาล ทั้งยังเคลื่อนไปเรียนเสริมอีกสารพัด เมื่อเป็นเด็กโตก็เคลื่อนต่อไปสอบเข้าโรงเรียนมีชื่อ โตอีกก็เคลื่อนไปแข่งเข้ามหาวิทยาลัยมีเกียรติ จบมาก็เคลื่อนไปหางานบริษัทดัง ๆ ทำ แก่งแย่งกันเคลื่อนไปสู่เก้าอี้ที่สูงกว่า         พอเริ่มแกร่งก็เคลื่อนไปหาชัยภูมิของตัวเอง เคลื่อนไปรบราวีกับคู่แข่งทางการค้าหรือการงาน ขณะเดียวกันก็เคลื่อนมาสร้างครอบครัว มีทายาทสืบสกุลและเลี้ยงดูพยายามเคลื่อนเขาไปสู่จุดที่ดีที่สุด         บั้นปลายก็คลื่อนไปสู่ความหวังว่าทั้งงาน ทั้งคนที่สร้างมานั้นจะเป็นเลิศให้ชื่นใจผู้สร้าง นี่เป็นการเคลื่อนมาตราฐานที่เห็นกันทั่วไป จนเราอาจลืมฉุกคิดว่าการเคลื่อนนี้ถูกทิศ ถูกทาง ถูกเป้าหรือเปล่า เราได้แต่เคลื่อนไปตาม ๆ กัน เคลื่อนไปตามที่เราและคนรอบตัวเราเชื่อว่าดี ทั้งที่ยังไม่ได้ลองนั่งคิดกันให้จริงจังเลยว่าดีจริงไหม ลองหยุดแล้วคิดดูสักนิกก่อนเคลื่อนดีไหมครับ ! ลองย้อนดู พิจารณาของจริงเลยที่เมื่อเราเคลื่อนไปถึงจุดที่เราวาดไว้แล้วชีวิตเราสุขจริงหรือเปล่า         จริงไหมที่เราคิดว่าหากเข้าโรงเรียนนี้ได้เราจะสุข และเมื่อเข้าได้แล้วเราสุขจริง ๆ หรือ ใช่ว่าพอเข้าโรงเรียนนั้นได้เสร็จเราก็คิดต่ออีกว่า หากเราเข้ามหาวิทยาลัยนี้ได้จะมีความสุข ..และคิดต่ออีกว่าหากเราได้ทำงานบริษัทนี้เราจะมีความสุข ….หากเราได้เลื่อนตำแหน่งเราจะมีความสุข …หากเรามีบริษัทเป็นของตัวเองเราจะมีความสุข ..หากเรามีคู่ชีวิตที่รักเราจะมีความสุข …หากบริษัทเราเจริญรุ่งเรืองเราจะมีความสุข …หากเรามีลูกเราจะมีความสุข ….หากลูกเราเป็นเด็กดีมีความสุขเราจะมีความสุข         ความสุขเหมือนจะอยู่ข้างหน้าเราเสมอ เมื่อเราถึงแล้วแผล็บเดียวความสุขนั้นก็เหมือนจะหายไป เคลื่อนไปรอเราข้างหน้าใหม่อีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบ ตรองให้ดีหรือนี่จะเป็นเพราะเราเคลื่อนชีวิตเราไปผิดทาง เราจึงไปไม่ถึงเป้าหมายคือสุขที่แท้เสียที         เราเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เราเคลื่อนออกนอกตัวเราเรื่อย ๆ ความสุขของเราพึ่งพิงกับสิ่งภายนอกอยู่ตลอดเวลา ความสุขนั้นจึงอยู่เพียงครู่ ให้เราเสพเพียงนิดแล้วหนีหายให้เราเหนื่อยหาใหม่อีก งั้นจะลองเคลื่อนไปอีกทางไหม !         ไม่ได้ว่าให้เคลื่อนหาทุกข์นะครับ แต่เปลี่ยนจากเคลื่อนไปข้างนอกเป็นเคลื่อนสู่ด้านใน แทนที่จะวิ่งหาสุขจากสิ่งภายนอกมาหาสุขจากสิ่งภายใน มาอยู่กับตัวเอง คำถามคือการอยู่กับตัวเองนี่มันสุขหรือ ?         คำตอบมีผู้หาไว้ให้แล้วครับ ว่าการอยู่กับตัวเองนี่แหละที่เป็นสุขแท้และถาวร ขึ้นอยู่กับคุณจะเชื่อ และยอมเปลี่ยนทิศการเคลื่อนของคุณไหม และผู้ที่บอกทิศนี้แก่เราก็คือ พระพุทธเจ้า ครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *