Green Communication

       กระแสของโลกปัจจุบันทุกสายมุ่งไปสู่ความเป็น Green         ที่คุ้นหูก็เช่น Green Office ออฟฟิศสีเขียว, Green Hospital โรงพยาบาลสีเขียว หรือ Green University มหาวิทยาลัยสีเขียว         สีเขียวที่ว่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการทำผลลัพธ์ของแต่ละเรื่องนั้นให้สะอาด ไร้มลพิษเท่านั้น แต่ยังครอบมาจนถึงขบวนการในการก่อให้เกิดผลลัพธ์นั้น ๆ ด้วยที่ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจะต้องเต็มไปด้วยความเขียว ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม         กระแสนี้มาแรงจนใครที่พลาดไม่อยู่บนเส้นทางแห่งสีเขียวนี้ย่อมได้รับผลกระทบกับสิ่งที่ตนดำเนินอยู่ ใครทำการค้าก็อาจโดนต่อต้านหากการผลิตของตนสร้างมลภาวะ ใครเปิดสถานศึกษาหากไม่มีโครงการเพื่อสีเขียวก็อาจไม่เป็นที่ยอมรับของผู้สมัครเข้าศึกษา         สิ่งแวดล้อมจึงเปลี่ยนสถานะจากเป็นที่ให้มนุษย์ตักตวงเอาผลประโยชน์จากมันมาเป็นเงื่อนไขหลักที่มนุษย์ต้องกลับมาดูแลอย่างดีและฟื้นฟูให้ดียิ่งขึ้น         แต่อย่างไรก็ตามโดยมากของหลาย ๆ Green นั้นก็มักมุ่งไปที่สิ่งแวดล้อมทาง “กาย” เช่น ต้นไม้ น้ำ อากาศ ฯลฯ ที่แม้สำคัญแต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดและยังไม่ใช่ที่สุด เพราะยังมีสิ่งแวดล้อมที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งแวดล้อมทางกายภาพนี้อยู่อีกนั่นคือ สิ่งแวดล้อมทาง “ใจ”         อารมณ์สารพัดที่ผ่านเข้ามาสู่ใจเรานั่นล่ะครับ คือสิ่งแวดล้อมทางใจอันเป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญยิ่งกว่า หรือจะกล่าวว่าสำคัญที่สุดก็ยังได้ !         ลองจินตนาการดูครับหากตลอดเวลาเราได้รับแต่อารมณ์ที่ดี อีกทั้งเราก็ผลิตแต่อารมณ์ที่ดีให้กลายไปเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่ใจของผู้อื่น ชีวิตทั้งของเราและของผู้อื่นนั้นจะสุขแค่ไหน และนั่นล่ะครับถึงจะสามารถก่อเกิดโลกสีเขียวที่น่าอยู่ขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะการกระทำที่ออกจากใจที่เขียวนั้นย่อมก่อให้สิ่งแวดล้อมทางกายที่เขียวชอุ่มในทุกมิติจริง ๆ ทั้งยังเป็นเขียวอย่างยั่งยืนเพราะมิได้มาจากกฎเกณฑ์ ข้อบังคับหรือกระแสแต่อย่างใด         Happy+ ฉบับนี้จึงอยากเชิญชวนคุณ ๆ มาร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมใจหรืออารมณ์สีเขียวนี้กันครับ         ซึ่งอารมณ์ที่เข้ามาสู่ใจเราในโลกแห่งสารสนเทศนี้ก็คือ “การสื่อสาร” หรือจะกล่าวว่าการสื่อสารเป็นสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดใจที่สุดในปัจจุบันนี้ก็อาจกล่าวได้         เป็นที่ยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ว่าสมัยนี้การสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการพูด สนทนา หรือสื่อสารกันในโลกโซเชียลนั้นมีอิทธิพลยิ่งต่อชีวิตและสังคม หลายชีวิตสังเวยกับการสื่อนี้ หลายชีวิตดำรงตนอยู่ได้ด้วยการหล่อเลี้ยงจากโซเชียลนี้ สังคม เศรษฐกิจ หรือแม้แต่การเมืองระดับประเทศก็จำต้องแอบอิงกับกระแสแห่งไซเบอร์ จึงควรเหลือเกินที่เราจะมาพิจารณากันอย่างจริงจังว่าเราควรจะเปิดรับ และส่งออกสื่อที่มีเนื้อหาใดบ้างเพื่อที่เราจะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมใจที่ดีนี้         ลำพังการมารณรงค์ให้สื่อสาร หรือพูดให้ดี ให้เขียวก็คงถูกและใช้ได้ในเรื่องของหลักการ แต่จะให้สามารถนำไปปฏิบัติกันจริง ๆ คงต้องมีแนวทางหรือรายละเอียดที่ลึกและชัดกว่านี้ ซึ่งก็คงไม่มีแนวทางใดที่ควรนำมาใช้ได้ตรงเท่ากับหลักในมงคล 38 ประการข้อที่ 10 คือ “วาจาสุภาษิต” ที่จะทำให้ผู้พูดเป็นที่รักของผู้อื่น เป็นมงคลแก่ตนเอง โดยมีเกณฑ์ว่าจะพูด (สื่อ) ก็ต่อเมื่อครบองค์ประกอบ 5 ข้อดังนี้         เป็นความจริง         เป็นคำอ่อนหวาน ไพเราะ         เป็นประโยชน์         ถูกกาลเทศะ         ประกอบด้วยเมตตา         คือหากไม่เป็นความจริงจะไม่พูด หรือถึงแม้เป็นเรื่องจริงแต่ไม่มีประโยชน์ก็ไม่พูด หรือเป็นเรื่องจริง เป็นประโยชน์แต่ไม่ถูกกาลเทศะก็จะยังไม่พูด จนเมื่อใดที่เรื่องที่จะพูดนั้นเป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง และเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะพูด ก็จะพูดด้วยความมีเมตตา ด้วยความปรารถนาดี ทั้งยังต้องเลือกใช้คำที่ไพเราะ อ่อนหวาน ลองจินตนาการดูซิครับว่าหากทุกการสื่อสารมีคุณสมบัติเช่นนี้การสื่อสารนั้นจะน่าฟังเพียงใด และหากทุกคนในโลกสื่อกันเช่นนี้ทั้งหมดโลกจะอยู่ในภาวะเช่นไร ชีวิตคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเช่นนี้จะเป็นเช่นไร จะน่าอยู่แค่ไหน         ยิ่งหากนำมาผนวกเข้ากับเกณฑ์ของ กถาวัตถุ 10 ที่พระพุทธองค์ตรัสแสดงไว้เกี่ยวกับเรื่องที่ควรพูด เรื่องที่ควรนำมาสนทนากันในหมู่ภิกษุ (ที่สาวกที่เป็นฆราวาสอย่างพวกเราก็ควรพิจารณาน้อมนำมาใช้ด้วย) 10 เรื่องแล้วสังคมเราจะยิ่งน่าอยู่เหลือประมาณ มาลองไล่เรียงทั้ง 10 เรื่องดูกันครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง         อัปปิจฉกถา เรื่องความมักน้อย ถ้อยคำที่ชักชวนให้มีความปรารถนาน้อย         สันตุฏฐิกถา เรื่องความสันโดษ ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความสันโดษ         ปวิเวกกถา เรื่องความสงัด ถ้อยคำที่ชักนำให้มีความสงัดกายใจ         อสังสัคคกถา เรื่องความไม่คลุกคลี ถ้อยคำที่ชักนำให้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ         วิริยารัมภกถา เรื่องการปรารภความเพียร ถ้อยคำที่ชักนำให้มุ่งทำความเพียร         สีลกถา เรื่องศีล ถ้อยคำที่ชักนำให้ตั้งอยู่ในศีล         สมาธิกถา เรื่องสมาธิ ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำจิตให้ตั้งมั่น         ปัญญากถา เรื่องปัญญา ถ้อยคำที่ชักนำให้เกิดปัญญา         วิมุตติกถา เรื่องวิมุตติ ถ้อยคำที่ชักนำให้ทำใจให้พ้นจากกิเลสและความทุกข์         วิมุตติญาณทัสสนกถา เรื่องความรู้ความเห็นในวิมุตติ ถ้อยคำที่ชักนำให้สนใจ และเข้าใจเรื่องความรู้ ความเห็นในภาวะที่หลุดพ้นจากกิเลสและความทุกข์         Communication อาจแยกได้เป็น Commune ที่แปลว่าชุมชนกับ a – tion ที่หมายถึงการ การกระทำ รวมความแล้วก็คือการกระทำ (การสื่อสาร) เพื่อชุมชน (ที่ดี เข้มแข็ง) นั่นเอง แล้วทุกวันนี้ลองสำรวจดูว่าเราสื่อด้วยวาจาสุภาษิตในเรื่องเฉพาะกถาวัตถุหรือไม่         รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมกันจริงต้องมาช่วยกันสร้าง Green Communication ขึ้นมาครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *